เจาะปม ‘อร่าม’ พ่าย ‘สุรีวรรณ’ ศึกนายก อบจ.ชัยภูมิ พปชร.แตกคอ-ภท.ได้โอกาส
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม หลังจาก นายอร่าม โล่ห์วีระ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ (นายก อบจ.ชัยภูมิ) ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค.67 ที่ผ่านมา ซึ่งในกลุ่มผู้สมัครตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งนี้มี 3 คน หลักๆ ที่ประกาศตัวแข่งขันกันอย่างดุเดือด จาก 2 สายพรรคการเมืองบ้านใหญ่ระดับชาติ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จากผู้สมัครรวม 5 คน
ผลปรากฏว่า ผู้ชนะอันดับหนึ่งสามารถล้มแชมป์เก่าบ้านใหญ่ชัยภูมิได้เป็นผลสำเร็จ คือ น.ส.สุรีวรรณ นาคาศัย (ปุ้ย) อายุ 41 ปี ผู้ชนะหมายเลข 1 ได้คะแนนสูงสุดรวม 210,103 คะแนน ซึ่งเธอเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ก็ไม่ธรรมดายังมีดีกรีเป็นภรรยา นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เขต 3 จ.ชัยภูมิ ซึ่งเธอยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล (หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ครั้งนี้บ้านใหญ่บุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.สนับสนุน น.ส.สุรีวรรณ นาคาศัย สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่เพื่อปักฐานพรรค ภท.ในสนามเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น นายก อบจ.ชัยภูมิ ครั้งนี้ไปได้สำเร็จ
เมื่อลงไปดูว่าสาเหตุของการพ่ายแพ้ยับของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต่อกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ของ จ.ชัยภูมิ ที่เอาชนะคู่แข่งสายแข็งจาก 2 ผู้สมัครสายพรรคพลังประชารัฐมาได้ทั้ง 2 คน ที่เป็นอดีตแชมป์เก่าบ้านใหญ่ชัยภูมิ ผู้สมัครหมาย 3 นายอร่าม โล่ห์วีระ อายุ 74 ปี อดีต นายก อบจ.ชัยภูมิ ที่ลาออกก่อนครบวาระในครั้งนี้ที่ครั้งก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้คะแนนชนะคู่แข่งขาดลอยด้วยคะแนน 274,921 คะแนน ในครั้งเลือกตั้งปี 2563 ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ปี 67 ได้คะแนนมาเป็นอันดับที่ 2 ได้ 178,129 คะแนน ซึ่งยังเป็นอดีต ส.ส.รุ่นเก๋าหลายสมัย เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อช่วงปี 2539-2540 และปัจจุบันยังมีลูกชายคือ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 7 ของ จ.ชัยภูมิ อีกคนของ จ.ชัยภูมิ ที่มีสายสัมพันธ์เหนียวแน่นกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาฯ พรรค พปชร.ในปัจจุบันอีกด้วย
และปมที่น่าจับตามาตั้งแต่มีการเปิดรับสมัครแข่งขันชิงนายก อบจ.ชัยภูมิ ครั้งนี้เป็นที่น่าจับตามาแต่แรกแล้วว่า ทำให้สายพรรค พปชร.ยังปล่อยให้มีการส่งสาย ส.ส.ของพรรค พปชร.ลงมาแข่งขันกันเองทำไมที่กลายเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงที่จะไปตัดฐานคะแนนกันเองได้ และแล้วก็มีผู้สมัครหมายเลข 2 คือ น.ส.จารุวรรณ จังหวะ (ตั้ก) อายุ 41 ปี ซึ่งก็ยังเคยเป็นอดีต ส.อบจ.ชัยภูมิ และยังเป็นพี่สาวของ น.ส.กาญจนา จังหวะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขต 4 จ.ชัยภูมิ อีกคนด้วย ที่ครั้งนี้ก็ประกาศหาเสียงสู้เพื่อชิงตำแหน่งนายก อบจ.ชัยภูมิ ไม่ยอมถอยให้ใครเช่นกันไม่ว่าสาย ส.ส.จากพรรค พปชร.ด้วยกันจนได้คะแนนมาเป็นอันดับที่ 3 ได้คะแนนมาครั้งนี้อีกก็ไม่น้อยรวม 94,198 คะแนน
และเป็นที่มาของการพ่ายแพ้ยับให้กับค่ายบ้านใหญ่สายบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ของพรรคพลังประชารัฐ ครั้งนี้ขึ้นมาทันที เมื่อเกิดปมแตกคอกันเอง ส่งคนพรรคเดียวกันมาตัดฐานคะแนนชิงกันเอง จนต้องพ่ายแพ้ยับให้กับ น.ส.สุรีวรรณ นาคาศัย หมายเลข 1 สายพรรค ภท.ที่มีคะแนนรวมชนะเลือกตั้งครั้งนี้ไปรวม 210,103 คะแนน ที่สามารถเอาชนะผู้สมัครสาย พปชร.ทั้งแชมป์เก่าบ้านใหญ่รุ่นเก๋าของนายอร่าม โล่ห์วีระ หมายเลข 3 ที่มีคะแนนรวมกว่า 178,129 คะแนน และสายพี่สาว ส.ส.อีกคนของ พปชร.ส่ง น.ส.จารุวรรณ จังหวะ หมายเลข 2 ที่ครั้งนี้ได้มาอันดับ 3 สูงไม่แพ้กันรวม 94,198 คะแนน กลายเป็นคะแนนที่หายไปนับแสนคะแนนที่ผู้สมัครสายพรรค พปชร.ทั้ง 2 คน มาแข่งตัดคะแนนกันเอง หากนำมารวมกันแล้วทั้ง 2 ผู้สมัครจาก พปชร.ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทั้งหมายเลข 2 และ 3 ถ้าจับมือกัน ผลที่ออกมาสายผู้สมัครพรรค พปชร.ทั้ง 2 คน จะเป็นผู้ชนะขึ้นมาได้ทันที แต่ต้องมาตัดคะแนนแข่งขันเองต้องพ่ายแพ้ยับพร้อมกันในครั้งนี้ไปทั้ง 2 คน อย่างไม่ควรจะเกิดขึ้นจากปมเหตุการณ์พ่ายแพ้ครั้งนี้ของสาย พปชร.บ้านใหญ่ชัยภูมิ ที่มาแตกคอกันเองในการเลือกตั้งชิง นายก อบจ.ชัยภูมิ ครั้งนี้

