
⦁….หาก “ยุบพรรคก้าวไกล” เป็น “แผ่นดินไหว” ที่ตามมาเป็น “อาฟเตอร์ช็อก” ดูจะสร้างความร้อนระอุในการอยู่ร่วมกันในสังคมหนักไม่น้อย ไม่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาเป็นไปอย่างเข้มข้นชนิดไม่เคยเป็นมาก่อนเท่านั้น แต่แรงสะเทือนยังส่งสู่ “ตุลาการศาลรัฐธรามนูญ” แบบรายตัว เริ่มจาก “สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ทำหนังสือเชิญ “ศ.(พิเศษ) ดร.จิรนิติ หะวานนท์” ชี้แจงการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร นิติศาสตร์ และประกาศรวมตัวไม่เข้าเรียนในวิชาที่ “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ผู้นี้สอน ด้าน “สภานักศึกษา-องค์การนักศึกษา-คณะกรรมการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ทำหนังสือถึง “คณบดีคณะนิติศาสตร์” ขอให้ถอดถอน “อุดม รัฐอมฤต” จากอาจารย์พิเศษ ถือเป็น “คลื่นการต่อต้าน” ที่ชวนให้ติดตามแนวโน้ม
⦁….ในโลกสังคมออนไลน์ ดูจะเดือดพล่านยิ่งกว่า ไม่เพียงการแสดงออกในวงกว้าง ไม่เป็นผลดีต่อภาพ “ความยุติธรรมของประเทศ” การออกมาดับเครื่องชน ด้วยถ้อยคำและเนื้อความที่ไม่เหลือ “เสี้ยวความเกรงใจเคารพ” ของ “หม่อมปลื้ม-ณัฏฐกรณ์ เทวกุล” ได้รับการแชร์กระจาย และจะกลายเป็นเนื้อหาที่ฝังอยู่ในดาต้าเบส ให้ “คนรุ่นใหม่” นำไปคิด และแสดงออกต่อ ชนิดประเมินได้ยากว่า “แรงสะท้อนจะฝังลึกและส่งผลไปยาวนานในผู้คนอีกกี่รุ่น”
⦁….เมื่อปรากฏตัวในที่สาธารณะ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “นครินทร์ เมฆาไตรรัตน์” ในฐานะ “ประธานศาลรัฐธรรมนูญ” จะถูกระดมคำถาม ที่โยงสู่คำตัดสินทั้งที่ยังรอคิววินิจฉัย และท่าทีของผู้คนต่อที่พิพากษาไปแล้ว แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกันที่คำตอบจะมีเพียง “ครับ” สำหรับปรากฏการณ์ที่ต้องการคำอธิบาย
⦁….อย่างฉับไว เปลี่ยนเปลือก “ก้าวไกล” มาใส่เสื้อ “พรรคประชาชน” ชัดเจนว่า “เน้นเข้าถึงและเรียกหาการมีส่วนร่วมของประชาชน” เริ่มต้นด้วยสนาม “อบจ.ราชบุรี” ตามด้วยเลือกตั้งซ่อม “พิษณุโลก” ความสำเร็จไม่ใช่อยู่ที่ชนะการเลือกตั้ง แต่เป็นการ “ปลุกให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองให้มากเท่าที่จะมากได้” ด้วยความเชื่อว่า “เมื่อผู้คนตื่นแล้ว จะเรียนรู้เอง” เป้าหมายอยู่ที่ “เลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า 2570”
⦁….ครั้ง “อนาคตใหม่” ผู้คนรับรู้ถึง “ความหนักแน่นในอุดมการณ์” ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” มาถึง “ก้าวไกล” ผู้คนได้ประทับใจในความ “เฉลียวฉลาดครบเครื่องไปเสียทุกอย่าง” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” และรับรู้ “ความสุขุม ลุ่มลึก” ของ “ชัยธวัช ตุลาธน” มาถึง “พรรคประชาชน” น่าสนใจยิ่งว่า “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้ถนัดงานระบบเบื้องหลัง จะโชว์ความโดดเด่นเบื้องหน้าด้วยกระบวนท่าไหน แต่ที่แน่ๆ ทั้ง “ธนาธร-พิธา-ชัยธวัช” รวมทั้งทุกคนในทีม แสดงให้เห็นแล้วยังกอดคอกันเต็มที่ “รวมเดินทางนำผู้คนผ่านอุปสรรคสู่สิ่งที่ฝัน”
⦁….การต่อสู้โดยมี “ความฝันเชิงอุดมการณ์” เป็นเป้าหมาย เป็นธรรมดาที่จะสามารถอธิบายให้เกิด “ภาพชวนฝัน” ได้ง่ายกว่า เพราะ “ความไม่เท่าเทียม ไม่เป็นธรรม” นั้นตำตา “ความรู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำ ไร้โอกาส” นั้นตำใจมายาวนาน ผิดกับ “การปลุกเร้าให้รอรูปธรรมของการกินดีอยู่ดี” ที่จะสร้างให้เกิดขึ้นได้ มีความจำเป็นต้อง “รื้อระบบ-ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการประเทศครั้งใหญ่” เพราะ “สลายการผูกขาด กระจายโอกาส” ให้มากที่สุด ซึ่งหาก “ไม่มุ่งมั่น ด้วยกล้าหาญพอ” ไม่มีทางเป็นไปได้
⦁….ภารกิจที่สะท้อนความเป็น “เศรษฐา ทวีสิน” คือ “ความขยันขันแข็ง เดินทางไม่หยุดหย่อน ไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย” เพื่อรับรู้ “ปัญหาของประชาชน” ด้วยความพยายามอย่างที่สุดที่จะ “ไม่ถูกปิดกั้นจากการจัดฉากของกลไกราชการ และการเมืองระบบอุปถัมภ์” มุ่งสร้างผลงานให้สำเร็จให้ได้ใน “โครงสร้างที่เป็นอุปสรรค” ท่ามกลางความคาดหวังของ “ใครต่อใครที่รอพึ่งพา”
ชโลทร





