หน้าแรก การเมือง ทบ. สั่งฟันโท...

ทบ. สั่งฟันโทษฝึกวินัย 5 วัน พลขับรถบัสทหาร ปาดหน้าสิบล้อ เข้าเลนไม่ได้ ลงมาด่าคนขับซ้ำ

13.08.24 | 17:13 น.

ทบ. รับ พลขับสั่งกัด ร.21 รอ. มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสมต่อบุคคลพลเรือน พร้อมสั่งลงโทษฝึกวินัย 5 วัน

จากกรณี แฟนเพจเฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+ ได้โพสต์คลิปวิดีโอกล้องหน้ารถสิบล้อคันหนึ่ง ที่ถูกรถบัสทหารเข้ามาเบียด ระหว่างขับขี่รถอยู่บนทางด่วนกาญจนา บางนา-บางพลี โดยในคลิปจะเห็นว่า รถสิบล้อกำลังขับตามหลังรถบัสทหารคันหนึ่งในเลนซ้ายสุด ก่อนที่ต่อมาจะมีรถบัสทหารอีกคันขับมาจากช่องทางขวา และพยายามปาดหน้ารถสิบล้อ เพื่อไปต่อท้ายรถบัสทหารอีกคัน

ต่อมามีทหารนายหนึ่งที่อยู่บนรถบัสทหารคันที่พยายามปาด ได้เปิดประตูรถลงมาด่าคนขับรถสิบล้อด้วยคำหยาบคายว่าไอ้อ้วน และไอ้ here -ึงไม่เห็นเหรอ -ูเปิดไฟเลี้ยวขอเข้าทางแล้ว ซึ่งคนขับรถสิบล้อได้พยายามอธิบายไปว่า “รู้แล้ว แต่รถผมมันหนัก”

หลังคลิปได้เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย หลายคนมองว่า การเป็นทหารไม่ทำให้รู้จักการเข้าแถวเลยจริงๆ ขณะที่บางคนตั้งคำถามว่า ระเบียบวินัยไปไหนหมด หรือว่าขับรถที่มีสีแล้วจะทำอะไรก็ได้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ พลขับประจำรถโดยสารของกองทัพบก ประพฤติไม่เหมาะสมต่อผู้ขับขี่ยานพาหนะ ที่เป็นบุคคลพลเรือน มีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงนั้น ทางกองทัพภาคที่ 1 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว กำลังพลที่ปรากฏในข่าวเป็นกำลังพล สังกัด กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ขณะเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่พลขับเคลื่อนย้ายกำลังพล ในภารกิจการฝึกตามวงรอบของกองทัพบก ประจำปี 2567

Advertisement

โดยเคลื่อนย้ายจากที่ตั้งหน่วยไปยังศูนย์การทหารราบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเดินทางได้เกิดเหตุการณ์โต้เถียงกับผู้ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน ซึ่งภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียส่งผลต่อภาพลักษณ์ของทหารที่ไม่เหมาะสม หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยต้นสังกัดได้ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมว่ากล่าวตักเตือนถึงการปฏิบัติตนที่ไม่เหมาะสม และได้สั่งลงโทษด้วยการฝึกวินัย เป็นเวลา 5 วัน

“ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 จะได้กำชับกำลังพลในหน่วยขึ้นตรงของกองทัพภาคที่ 1 ให้ปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามระเบียบวินัย ไม่สร้างความเสื่อมเสียและเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน” พ.อ.ริชฌากล่าว