พริษฐ์ เย้ย หมอวรงค์ ไม่มี ส.ส.ในสภา ก็คงต้องเสนอ-ฝากเพื่อนโหวตค้านกฎหมาย ยุบพรรค แทน โยน ศรายุทธิ์-ทีมกฎหมายตอบปมบัญชีรับบริจาค “พรรคประชาชน” บอกน่าจะได้คำตอบแม่นยำกว่า
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พรรคไทยภักดี ไปยื่น กกต.ยุบพรรคประชาชน จากกรณีตั้งสาขาพรรคไม่ครบว่า ตนก็เชื่อว่าทุกอย่างที่เราดำเนินการมาเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมาย แต่ในเชิงรายละเอียดหากมีประเด็นอะไรที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมขอให้เป็นนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค รวมถึงฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงน่าจะดีกว่า
เมื่อถามว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี มีการเปิดประเด็นเรื่องบัญชีที่รับโอนเงินบริจาคของพรรคถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะต้องใช้เวลาในการรับรองจาก กกต. นายพริษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการที่ผ่านมา เราดำเนินการด้วยความรอบคอบ เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ในรายละเอียด หากมีอะไรก็ต้องชี้แจงเพิ่มเติม ขอให้ฝ่ายเลขาทีมกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงน่าจะแม่นยำกว่า
เมื่อถามว่าพรรคไทยภักดีออกมาบอกว่าควรมีกฎหมายยุบพรรค นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถูกพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎรอยู่ จากหลากหลายพรรคการเมืองที่มี ส.ส.อยู่ในสภา หากจำกันได้ 1 สัปดาห์ก่อนที่จะมีการยุบพรรคก้าวไกล ก็มีรายงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ที่นำเสนอในที่ประชุมให้มีการปรับปรุง พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น เกิดง่าย อยู่ง่าย ตายยาก ซึ่งก็มีหลากหลายข้อเสนอ หนึ่งในนั้นคือการทบทวนเรื่องการยุบพรรค ซึ่งมี ส.ส.หลายพรรคการเมืองอภิปรายสนับสนุน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ตอนนี้เราอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมรายชื่อของตัวแทนพรรคการเมืองพี่มีความประสงค์จะร่วมเสนอร่างแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่แนบท้ายรายงานดังกล่าว

“แต่ละพรรคการเมืองก็มีสิทธิที่จะมีความเห็น ประชาชนแต่ละคนก็มีสิทธิที่จะมีความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ถ้าตามกระบวนการ ท้ายที่สุดจะถูกพิจารณาในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา ประกอบไปด้วย ส.ส. 500 คน ส.ว. 200 คน ฉะนั้นถ้าเกิดว่าคุณวรงค์หรือพรรคไทยภักดี ในเมื่อไม่ได้มี ส.ส.ในสภา ถ้าอยากจะฝากความเห็นอะไร ก็ฝากความเห็นมาทางพรรคที่มีตัวแทนจากในสภา หรือสมาชิกวุฒิสภาที่พร้อมจะรับฟังความเห็นของพรรคไทยภักดีครับ” นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคไทยภักดีใช้คำว่าการยุบพรรคเป็นการตรวจสอบพรรคที่ “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” นายพริษฐ์ ระบุว่า จริงๆ ต้องบอกว่าร่างแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง ก็ไม่ได้จะยกเลิกเรื่องการยุบพรรคไปทั้งหมดเลย เราเพียงแค่ทบทวนเงื่อนไขการยุบพรรคให้สอดคล้องกับหลักสากลมากขึ้น อย่างแรกเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพรรค เรามองว่าบทลงโทษไม่ควรจะเป็นการยุบพรรค แต่ควรจะเป็นการลงโทษกรรมการบริหารหลายคนหรือหลายคณะ
ส่วนข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครอง เราก็พยายามศึกษาแนวทางของกฎหมายในประเทศอื่นที่ตกผลึกออกมาในรายงานของคณะกรรมาธิการว่าจะมีการให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องการยุบพรรคตามข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครองก็ต่อเมื่อมันได้มีการพิสูจน์แล้วผ่านกระบวนการทางอาญา ว่าได้มีการกระทำที่มีการเข้าข่ายหรือส่งเสริมความรุนแรงเพื่อล้มล้างการปกครองจริง ถือเป็นการปรับเงื่อนไขให้เข้ากับหลักสากลมากขึ้น


