หน้าแรก การเมือง เปิดตำนาน ตึก...

เปิดตำนาน ตึกไอเอฟซีที ที่ทำการไทยรักไทย จนถึงเพื่อไทย วันย้ายถิ่นไปวิภาวดี

14.08.24 | 16:23 น.

เปิดตำนาน ตึกไอเอฟซีที ที่ทำการไทยรักไทย จนถึงเพื่อไทย วันย้ายถิ่นไปวิภาวดี

จากกรณีที่พรรคเพื่อไทย ได้ย้ายที่ทำการพรรคจากตึกโอเอไอทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มาอยู่ที่ชินวัตร 3 เป็นที่ทำการพรรคชั่วคราวไปก่อน และในอนาคตอาจมีการใช้ตึกวอยซ์ทีวีเดิม ซึ่งอยู่บนถนนวิภาวดี เช่นกันเป็นที่ทำการพรรค เพื่อเปลี่ยนฮวงจุ้ยนั้น

นับว่า เป็นการย้ายที่ทำการพรรคเป็นครั้งที่ 3 จากครั้งแรกอยู่ที่ อาคารบีบีดีบิวดิ้ง ย่านพระราม 4 และต่อมาเมื่อปี 2553 ได้ย้ายมาอยู่ที่อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโอเอไอทาวเวอร์) เพราะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของพรรคที่จะปรับปรุงพลิกโฉมใหม่รองรับการเป็นรัฐบาลในอนาคต ​พรรคเพื่อไทยจะคิดใหม่ทำใหม่ นำเสนอนโยบาย ทำกิจกรรมแบบถึงลูกถึงคน เข้าถึงประชาชนตามแบบฉบับของพรรคไทยรักไทยที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว จะกลับมาเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนที่กำลังว้าเหว่กับการเมืองไทย โดยยึดหลักว่าศัตรูของพรรคเพื่อไทย คือปัญหาความยากจน และความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่ใช่คู่แข่งทางการเมือง

แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่ย้ายพรรคมาที่ทำการแห่งนี้ ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จมากนัก แม้ว่าเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็อยู่ไม่ครบเทอมเพราะถูกปฏิวัติรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และต่อมาจะชนะการเลือกตั้งแต่ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล จนกระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้คะแนนเป็นอันดับ 2 มีสัญญาจะตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลในขณะนั้น สุดท้ายฉีกสัญญาและจับมือขั้วอำนาจเก่าจัดตั้งรัฐบาล แต่จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลก็ยังไม่มีผลงานออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน และที่สำคัญนายกรัฐมนตรีก็ถูกอดีต 40 ส.ว.ร้องให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งกรณีตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

หากย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมาของที่ทำการพรรคนั้นก็ไม่ธรรมดา ในอดีตเป็นที่ตั้งของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือไอเอฟซีที แต่ต่อมาในปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ประสบปัญหา จนต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้มีการควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทย โดยมีธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ ถูกควบรวมในครั้งนี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2547 และการควบรวมกิจการเข้ากับธนาคารทหารไทย ทำให้มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 7 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 5 ของระบบธนาคารพาณิชย์ในขณะนั้น และอาคารไอเอฟซีทีก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป ทำให้ธนาคารทหารไทยประกาศขายตึกดังกล่าวออกไป และในที่สุดอาคารดังกล่าวก็ตกมาอยู่ในมือของตระกูลชินวัตร

Advertisement

และอาคารแห่งนี้ก็เริ่มต้นเป็นฐานทางการเมือง ด้วยการเป็นที่ทำการของพรรคไทยรักไทย ยุค ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกและถูกรัฐประหารด้วย คมช. ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชารัฐ และถูกยุบพรรค และสุดท้ายคือพรรคเพื่อไทย

และแม้ว่าล่าสุดพรรคเพื่อไทยประกาศย้ายที่ทำการเพื่อปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยแล้ว ก็ยังไม่ทันการณ์ เพราะสุดท้ายแล้วเพื่อไทยเจอวิบากอีกรอบ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งทันที!