สภาคึกคัก ก่อนโหวตชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 31 ปชป. มั่นใจ 25 เสียงไม่มีใครแตกแถว งดออกเสียงสภาเสนอชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกฯ เผยเตรียมทำหน้าที่เข้มข้นในการตรวจสอบฝ่ายบริหารต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาคารรัฐสภาก่อนที่จะมีประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยว่า บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคักบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทยอยกันเดินทางมาเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้ทยอยกันเข้าร่วมประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า
โดยเมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 16 สิงหาคม ที่อาคารรัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงมติพรรคว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือพรรคประชาธิปัตย์จะงดออกเสียงทั้ง 25 เสียง ซึ่งทุกคนจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน และมั่นใจว่าจะไม่มีใครแตกแถว ส่วนตัวคิดว่าการแสดงออกสะท้อนความเป็นเอกภาพ ความสามัคคี จะเป็นการเรียกความศรัทธาของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย อีกทั้งวันนี้ต้องยอมรับว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีมีการเสนอเพียงคนเดียว ดังนั้นการงดออกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัวคิดว่าเป็นมติที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด ประเทศต้องเดินต่อไป ในเมื่อไม่มีคู่แข่งขัน จะไปโหวตสวนอย่างอื่นเลยก็ดูไม่ดี จึงเป็นที่มาของการงดออกเสียง
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงใช้วิธีงดออกเสียง ไม่ใช้การโหวตสวนมติคือไม่เห็นด้วย นายชัยชนะกล่าวว่า การงดออกเสียงคือการแสดงจุดยืนทางหนึ่งในการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย เพราะต้องยอมรับว่าการเสนอชื่อเพียงคนเดียว และเราไปโหวตไม่เห็นด้วยมันเป็นไปไม่ได้ ในสมัยที่มีการโหวตชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประชาธิปัตย์ก็โหวตงดออกเสียงเช่นกัน
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีอายุเพียง 37 ปียังไม่ครบ 38 ปีมาเป็นผู้นำทัพ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าทุกคนที่มีคุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 หรือมาตรา 160 น.ส.แพทองธาร มีคุณสมบัติครบ อายุเกิน 35 ปี เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยตามกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน ที่สังคมไทยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาวเข้ามาบริหารประเทศ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่พรรคเพื่อไทยกล้านำเสนอ

เมื่อถามว่า มองว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบิดา จะมีบทบาทกับ น.ส.แพทองธาร หรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายทักษิณ แต่การแถลงจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 ส.ค. น.ส.แพทองธารก็แถลงร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลเองและไม่มีนายทักษิณ
เมื่อถามว่า จะมีปัญหาอะไรหรือไม่เพราะตั้งแต่วันแรก แม้นายทักษิณจะเป็นสมาชิกพรรค แต่ก็มีการนัดพรรคร่วมรัฐบาลไปพูดคุยกันถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ขณะ น.ส.แพทองธาร ในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ได้อยู่ด้วย นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูข้อกฎหมาย ตนตอบแทนไม่ได้ ก็ต้องรู้ว่าหลังจากนี้จะมีการดำเนินการกันอย่างไรบ้าง เชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะมีคนไปถามองค์กรที่สามารถชี้แจงเรื่องนี้ได้
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า สำหรับการวางแผนทำงานต่อไปของพรรคประชาธิปัตย์จากนี้ เมื่อได้นายกรัฐมนตรีมาแล้ว ก็ต้องดูว่าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภามีอะไร เราก็ต้องมาดูว่าเรื่องใดที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศเป็นนโยบาย แล้วไม่มีอยู่ในนโยบายเราก็ต้องสอบถาม ที่สำคัญเราต้องทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มแข็ง
เมื่อถามว่า จะตัดสินใจอย่างไรหากมีการเชิญเข้าร่วมรัฐบาล นายชัยชนะกล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา ขณะนี้ยังเป็นฝ่ายค้านอยู่ และยังไม่เคยมีการทาบทามอะไร

