ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการ รัฐศาสตร์ฯ มช. เชื่อเพื่อไทยเสนอชื่ออุ๊งอิ๊ง เป็นนายกฯ เป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อรักษาฐานอำนาจไว้
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง อาจารย์ประจำสำนักวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ว่า ในสถานการณ์เช่นนี้เพื่อไทยไม่มีทางเลือกแล้ว จากที่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน คือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายชัยเกษม นิติสิริ และ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เชื่อว่า น่าจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินสถานการณ์ไว้แล้ว ผู้บริหาร และ ส.ส. จึงมีมติเสนอชื่อ น.ส.แพรทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี แม้ น.ส.แพรทองธารยังอายุน้อย แต่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่เพื่อไทยจะรักษาฐานอำนาจไว้
ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มองว่า การตัดสินใจ เสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี คาดว่า นายทักษิณ ชินวัตร มีความเชื่อมั่นในศักยภาพ และความสามารถของแกนนำและขุนพลพรรค ว่าจะช่วยกันผลักดันการทำงานของ น.ส.แพทองธาร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ให้เดินหน้าไปได้
ส่วนภาพลักษณ์ของ น.ส.แพทองธาร จะสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ การเมือง และต่างประเทศได้หรือไม่ ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตสำคัญ แต่หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อนที่ นายทักษิณ ยังเป็นหนุ่มมีความแข็งแกร่ง ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาจนชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งช่วงนั้นประเทศก็มีปัญหาสะสมมากมาย แต่นายทักษิณก็สามารถนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แต่สุดท้ายก็ถูกอำนาจนอกระบบล้มล้าง ถือเป็นบาดแผลของสังคมไทย
ขณะที่ ในวันนี้ นายทักษิณ และแกนนำคนสำคัญของเพื่อไทย กลับมาแล้ว เชื่อมั่นว่า บุคคลที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์กลับมาเจอกับปัญหาที่เคยฝ่าฟันมาแล้วอีกครั้ง ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก อุปสรรคปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ถือเป็นความท้าทายที่ใหญ่มาก แต่ส่วนตัวยังตั้งความหวัง และเชื่อมั่นว่าแกนนำของเพื่อไทย จะรวมพลังกันแก้ปัญหาครั้งนี้ได้
“ถามว่า เพื่อไทยจะสามารถฝ่าด่านฝ่ายอนุรักษนิยมได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งกลุ่มมวลชนที่เจ็บป่วยจากปัญหาปากท้อง วิกฤตเศรษฐกิจ และการไหลทะลักเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติ ถือเป็นสิ่งท้าทายของเพื่อไทยมากว่า จะรับมือและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ แต่คิดว่า เพื่อไทยจะจับมือกันสู้เต็มกำลังแน่นอน เช่นเดียวกับ นโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อไทยก็น่าจะพยายามทำให้ได้ เพื่อรักษาฐานเสียงไว้ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับอำนาจและพลังการต่อต้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไปหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ” ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าว

