6 ส.ส.ไทยสร้างไทย- 3 พรรคเล็ก โหวต ‘อิ๊ง’ นั่งนายกฯ ‘ป๋าเหลิม-บิ๊กป้อม’ ลาประชุม ส่วน ‘ปชป.’ ไม่แตกแถวงดออกเสียง
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 จากการตรวจสอบพบว่า ส.ส.ทั้ง 6 คน จากพรรคไทยสร้างไทย คือ นายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด, นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ส.ส.อุดรธานี, นายหรั่ง ธุรพล ส.ส.อุดรธานี และนางสุภาพร สลับศรี พรรคไทยสร้างไทย ส.ส.ยโสธร ที่เคยเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ลงมติเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ
รวมถึงพรรคเล็ก 3 พรรค ได้แก่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคใหม่ เท 3 เสียงเห็นชอบ น.ส.แพทองธาร
นอกจากนี้ สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ร่วมโหวตนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา แจ้งว่า ลาประชุม
ในส่วน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 25 คน รอบนี้ไม่แตกแถว มีมติงดออกเสียง ตามมติพรรค
ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่สอง ลงมติงดออกเสียง
ทั้งนี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ลุกขึ้นอภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ว่า วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เป็นวิกฤตใหญ่ทางด้านการเมือง 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เป็นวิกฤตใหญ่ทางด้านการเมือง ปัญหาอุปสรรคของประเทศในขณะนี้มีอยู่เยอะมาก เศรษฐกิจอยู่ในช่วงของขาลง และนายกรัฐมนตรีต้องหลุดพ้นจากตำแหน่งไป การเมืองเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า ทางตัน ต้องขอขอบคุณประธานสภาที่ได้เสนอวาระเร่งด่วนในการที่จะให้มีการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่สภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านวุฒิสภาหรือรัฐสภา
“วันนี้สิ่งที่เราเรียกร้องอยากจะเห็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน จะทำอย่างไรที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่อยู่ในภาวะที่อ่อนแอจนกระทั่งมีการเรียกร้องหาอำนาจที่เรามองไม่เห็น เราไม่อยากไปถึงจุดนั้นของประเทศ อยากจะเห็นรัฐสภาแก้ไขปัญหาทางด้านการเมืองฝากท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ช่วยกันหาทางออกในการที่จะผ่าทางตัน ขอให้ทุกคนใช้ดุลพินิจในการลงมติต่างๆ ด้วยความรอบคอบโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติเป็นหลัก” นายฐากรกล่าว

