ทนายเกิดผล แจ้งข้อหา 13 ครูฝึกเพิ่ม ทำร้ายทหารเกณฑ์จนตาย สู้คดีกันที่ศาลพลเรือน ไม่ใช่ศาลทหาร เผย DSI รับเป็นคดีพิเศษแล้ว
จากกรณี ทหารเกณฑ์ วัย 18 ในค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เพิ่งเข้าประจำการเป็นพลทหารผลัดที่ 1/67 ถูกครูฝึกที่เป็นกำลังพลชั้นยศนายสิบ และครูผู้ช่วยที่เป็นทหารกองประจำการ ร่วมกันลงโทษด้วยการกระทำเกินกว่าเหตุจนมีอาการบาดเจ็บ ทั้งสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก เบื้องต้นพบว่าโดนครูฝึกซ่อมวินัย 2 รอบ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะ กมธ.การทหาร ระบุว่า กมธ.ทหาร จะเรียกสอบสวน และจะพิจารณาส่งเบาะแสทั้งหมดให้ DSI และอัยการสำนักการสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ต่อไป
รองโฆษกกองทัพ เผยว่า แยกดำเนินการทางวินัยต่อผู้บังคับบัญชาที่ขาดการกำกับดูแล จำนวน 3 นาย ตั้งแต่ระดับผู้บังคับหมวดจนถึงผู้บังคับกองพัน และดำเนินคดีทางอาญากับผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นกำลังพลนายสิบและทหารกองประจำการ จำนวน 13 นาย ข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” ปัจจุบันกลุ่มผู้กระทำผิดถูกควบคุมตัวอยู่ ณ เรือนจำ มทบ.14 และอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความของผู้เสียหาย เปิดเผยความคืบหน้าทางเฟซบุ๊ก ทนายเกิดผล แก้วเกิด ความดังนี้
ทหารเกณฑ์ ‘วรปรัชญ์’ ถูกครูฝึกค่ายนวมินทร์ จ.ชลบุรี ‘ซ่อมวินัย’ เสียชีวิต หลังเข้ารับการเกณฑ์ทหารไม่ถึง 3 เดือน แพทย์ระบุเสียชีวิตจากอาการสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก
โดยปกติ ทหารกระทำความผิดอาญา ต้องขึ้นศาลทหาร
แต่ คดีนี้ ผมเป็นทนายความ ของผู้เสียหาย เห็นว่า ในทางกฎหมาย การที่ครูฝึกกับพวกอาศัย โอกาส ใช้อำนาจหน้าที่ลงโทษ และทารุณกรรมพลทหาร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ซึ่งเป็นการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือที่เรียกว่า “พ.ร.บ.อุ้มหาย” มาตรา 5 และ 6
ผมจึงแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหาย และคดีนี้จะต้องดำเนินคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ไม่ใช่ศาลทหารอีกต่อไป
สอบถามพนักงานสอบสวนแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีข้อหา ฆ่าผู้อื่น และ พ.ร.บ.อุ้มหาย ทั้ง 2 คดี
ล่าสุด เรื่องนี้อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล นำเรื่องไปร้องเรียน DSI ให้เป็นคดีพิเศษ
ได้ยินว่า DSI รับเป็นคดีพิเศษ และกำลังเขามารับคดีต่อจากพนักงานสอบสวนแล้ว
ผู้ต้องหาทั้ง 13 คน จะต้องขึ้นศาลพลเรือนตามกฎหมายใหม่ ไม่ใช่ศาลทหารแล้วนะครับ

