หน้าแรก การเมือง อดีตเลขา สมช....

อดีตเลขา สมช. ชี้ รากลึกไฟใต้ คือความระแวง แก้ไม่จบเพราะใช้แว่น ‘ปราบคอมมิวนิสต์’

16.08.24 | 16:17 น.

อดีตเลขาสภาความมั่นคง ชี้ รากลึกไฟใต้คือ ความระแวง ‘แบ่งแยกดินแดน’ เชื่อแก้ไม่จบเพราะยึดชุดความคิด ‘ปราบคอมมิวนิสต์’ – ไกด์ทางออกเดียว

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในวาระรำลึกวันสันติภาพไทย ประจำปี 2567 สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน 79 ปี วันสันติภาพไทย | PRIDI Talks #27 “ถอดบทเรียน 2 ทศวรรษไฟใต้ เพื่อเส้นทางสู่สันติภาพ”

ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศตั้งแต่เวลา 08.30 น. มีพิธีวางช่อดอกไม้รำลึกถึงเสรีไทย และผู้เสียชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อด้วย การกล่าวรำลึก ปาฐกถาพิเศษ และเวทีเสวนาสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนทัศน์สันติวิธีของปรีดี เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขณะที่ช่วงบ่าย ที่ห้องประชุมคึกฤทธิ์ ปราโมช สถาบันไทยคดีศึกษา มีวงเสวนา ‘พระเจ้าช้างเผือก: ภาพยนต์การเมือง – สันติภาพสู่ มรดกความทรงจำ และความหวังของคนรุ่นใหม่‘ และปาฐกถาพิเศษ โดย ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มธ.

บรรยากาศเวลา 10.30 น. ที่หอประชุมศรีบูรพามีวงเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ถอดบทเรียน
2 ทศวรรษไฟใต้ : เพื่อเส้นทางสู่สันติภาพ” โดย ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ อาจารย์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล, พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, นายอายุบ เจ๊ะนะ รองประธานมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
และกรรมาธิการฯ สันติภาพชายแดนใต้ สภาผู้แทนราษฎร, นายอับดุลเราะมัน มอลอ
คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้แทน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ดำเนินรายการ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters

ในตอนหนึ่ง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตนเคยเป็นตัวแทนของรัฐบาลเมื่อปี 2556 ในการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างอย่างกลุ่ม ‘บีอาร์เอ็น’ ซึ่งโดยส่วนตัเชื่อว่าปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ฝังรากลึก กินระยะเวลานานกว่า 20 ปี นั้น ปัญหาอยู่ที่ฝ่ายความมั่นคงไปนำชุดความคิดแบบเดียวกันกับที่เคยทำกับปัญหา ภัยคอมมิวนิสต์ มาแก้ไขปัญหา

Advertisement

ซึ่งในครั้งนั้นเคยมี พระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน เข้ามาควบคุมประชาชน พอมีเหตุการณ์ความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีพระราชบัญญัติอีกฉบับอย่าง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน 3 ฉบับ ที่คุ้มครองเจ้าหน้าที่ แต่กลับจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในพื้นที่ เป็นการไปสร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนอีก

“ทางออกที่ดีที่สุด คือการพูดคุยสันติภาพ แต่การพูดคุยสันติภาพจะเกิดประสิทธิภาพที่สุด คือสภาพแวดล้อมต้องเหมาะสมแก่การพูดคุย แต่ฝ่ายความมั่นคงกลับใช้ พ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉิน ถึง 3 ฉบับ ความตั้งใจที่จะหาทางออกด้วยการพูดคุยจึงเป็นไปได้ยาก

ก่อนหน้านี้เคยจะมีการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างโดยรัฐบาลชุดก่อน แต่ก็กลายเป็นการพูดคุยที่เหมือนกับการสร้างภาพ ว่ากำลังหาทางออกร่วมกับกลุ่มผู้เห็นต่าง

ผมยังหวังว่าพอมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะเกิดการพูดคุยกันอีก แต่เกิดรัฐบาลข้ามขั้วขึ้น ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการหาทางออกกับกลุ่มผู้เห็นต่างอย่างจริงจังอีกหรือไม่” พล.ท.ภราดรกล่าว

พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่าสาเหตุที่ฝังรากลึกของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความไม่เข้าใจกัน ซึ่งเกิดจากฝ่ายความมั่นคงไปตั้งเงื่อนไขกับประชาชนในเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ทำให้ประเด็นส่วนนี้กลายเป็นปัญหาหลักที่ไปกดทับเรื่องสิทธิเสรีภาพ ศาสนา ขนบธรรมเนียมของประชาชนในพื้นที่ทำให้มีปัญหาอื่นๆ ปะทุขึ้นมา

“ผมมั่นใจว่าทางออกของปัญหานี้มีทางเดียว คือใช้ สันติวิธี ในการแก้ปัญหา วิธีนี้ไม่ได้ยุ่งยาก แค่ทำให้บรรยากาศเหมาะแก่การพูดคุย โดยฝ่ายความมั่นคงจะต้องเลิกกฎหมายพิเศษที่เข้ามาควบคุม

แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการเมืองโดยรวมด้วย ถ้าไม่มีการรัฐประหารในอดีต ผมเชื่อว่าไม่เกิน 5 ปี จะเกิดการพูดคุยหาทางออกอย่างแน่นอน” พล.ท.ภราดรชี้

พล.ท.ภราดรกล่าวอีกว่า ถ้าตนได้มีโอกาสกลับไปขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ยืนยันว่าตนจะใช้หลักคิดการพูดคุยแบบสันติวิธี รวมถึงประสบการณ์ที่เคยเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง รวมถึงความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ว่ามีสาเหตุจากอะไรเข้ามาจัดการปัญหานี้ อย่างแน่นอน