เรียงคนมาเป็นข่าว:ชโลทร/ภาพข่าวสังคม วันที่ 20 สิงหาคม 2567
●…เข้าสู่พิธีการรับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนที่ 31” ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนที่เหลือก่อนเข้าบริหารจัดการประเทศคือ “แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี” และ “แถลงนโยบายให้สภาโหวตรับ” ซึ่งจะไม่มีปัญหาอะไร ด้วยชัดเจนในพิธีรับพระบรมราชโองการ “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร” ได้รับกำลังใจจากทุกฝ่ายอย่างพร้อมหน้าไม่ตกหล่น ทั้งจาก “ครอบครัว-พรรคร่วมรัฐบาล-คณะรัฐมนตรีชุดเก่า” เป็นการเมืองแบบเดินเร็ว “ปิดพื้นที่การคาดเดาให้ได้มากที่สุด”
●…ความหมายเป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 จากสายตรงครอบครัว ชินวัตร” ที่เริ่มด้วย “ทักษิณ ชินวัตร” ต่อด้วย “สมชาย วงศ์สวัสดิ์-สามีเยาวภา น้องสาวทักษิณ” มี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ตามมา และวันนี้เป็น “แพทองธาร ชินวัตร” 3 คนก่อนหน้านั้นเหมือนกันคือ “ขึ้นมาด้วยอำนาจของประชาชน” แล้วถูก “กลไกที่มีอำนาจเหนือกว่า” จัดการให้หลุดจากเก้าอี้ สำหรับ “อุ๊งอิ๊ง-คนที่ 4” นี้แตกต่าง เพราะมาจากการสรุปบทเรียน และเชื่อว่า “ตกผลึกกว่า” ในการบริหาร “ขั้วอำนาจ” ไม่เป็นแบบ “บริหารคะแนนนิยมเก่ง” แต่ “บริหารอำนาจไม่เป็น” เหมือนที่ผ่านมา
●…จะเหลือความกังขาอยู่บ้างว่า “การเลือกข้ามขั้วสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่” เป็นคำถามที่กระตุ้นให้คิดมากขึ้น หลัง “เศรษฐา ทวีสิน” หลุดจากเก้าอี้แบบเหนือการคาดการณ์ และไม่ยอมรับ “ชัยเกษม นิติสิริ” จนเหมือนกับว่า “เพื่อไทย” ถูกเกมบีบให้ต้อง “เดินหมากตัวสำคัญ” มาในตำแหน่งเสี่ยงบนกระดาน ซึ่งทำให้ “เกมต่อไปนี้มีแต่จะเข้มข้นขึ้น” เพราะ “แพ้ไม่ได้อีกแล้ว”
●…หากภารกิจหลักคือ “เอาชนะพรรคประชาชน” ให้ได้ใน “การเลือกตั้งปี 2570” นับจากนี้ การทุ่มเททุกอย่างจะต้องเกิดขึ้น และเมื่อการเมืองที่ประกอบด้วยปัจจัยซับซ้อน การทำให้ “ประชาชนสนับสนุน” กับ
“การทำให้ได้คะแนนจากประชาชน” อาจจะเป็นคนละเรื่องกันเช่นเดียวกับ “การสร้างศรัทธาจากอนาคตประเทศที่ดีงาม และชีวิตประชาชนที่อยู่ดีมีสุข” กับ “การควบคุมเสียงประชาชน” อะไรจะเป็นตัวเลือกที่แท้จริงสำหรับ “กำหนดชัยชนะ”
●…แต่ไม่ว่าอย่างไร การเมืองไทยเข้าสู่โหมด “คนรุ่นใหม่” เต็มร้อยแล้ว “ผู้นำที่เป็นคู่ชิงจาก 2 พรรคใหญ่” ต่างเป็นคนหนุ่มสาว ทั้ง “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” และ “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร” ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน จะต้อง “สร้างทีมคนวัยเดียวกัน” ขึ้นมาเป็นมือเป็นไม้ “คนเก่า คนแก่” อาจจะยังมีความสำคัญ แต่ต้อง “ถอยไปอยู่ข้างหลัง” เช่นเดียวกับ “ประชาชนที่เป็นฐานเสียง” ซึ่ง “คนรุ่นใหม่” จะมีความสำคัญมากขึ้น นั่นยอมหมายถึง ความน่าสนใจว่าการเมืองนับจากนี้จะเป็นโอกาสของ “คนรุ่นใหม่แบบไหน”
●…เกิดความเชื่อกระจายไปทั่วว่า “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่พยายามบอกว่า “ราบรื่น” เดินหน้าฉลุยนั้น ลึกลงไปมี “ความกังวล” ฝังอยู่ไม่น้อย จะถูก “ชะลอไว้ก่อน” ด้วยหลายจุดถูกหยิบมาเล่นด้วย “กฎหมาย” ที่เสี่ยงต่อชะตากรรม ยิ่งเมื่อชัดเจนว่า “กฎหมาย” เป็นเรื่องเกินกว่าจะคาดเดา และควบคุมได้ด้วยหลักคิดที่ “ไม่ขึ้นอยู่กับภารกิจเฉพาะหน้า” ความเสียหายอาจจะ “ไม่คุ้มกับความเสี่ยง” และการต้องเปลี่ยน “รัฐบาล” ใหม่น่าจะเป็นจังหวะแห่งการทบทวนที่ดีที่สุด
●…ทั้งที่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับใคร แต่คนที่เดินการเมืองแบบ “ขุดหลุมฝังตัวเอง” ได้อย่างเหลือเชื่อเป็น “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ผู้คนพากันสงสัยกันทั่วทุกวงสนทนา ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ควรน่าจะมี “ทีมเสนาธิการ” ที่มีความสามารถที่สุดถึงได้วางหมากให้ “ตัวขุน” เดินจนแต้มได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือน “มือหมากไม่มีราคา” อะไรได้ขนาดนั้น
ชโลทร


หัวข้อ “ถอดรหัสความสำเร็จ 3 อาณาจักรธุรกิจโคราช” โดยมี 3 บิ๊กซีอีโอเมืองโคราช สุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ
กรรมการผู้จัดการบริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด ผู้ปลุกปั้นย่านธุรกิจแห่งใหม่ของเมืองโคราช “โครงการซิตี้ลิงค์” พันเลิศ วิชชาพิณ และกฤษณภัทร มหาปิติ มาเผยกลยุทธ์และหัวใจสำคัญตอบโจทย์ความสำเร็จธุรกิจ





