ยินดีกับ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31
อุ๊งอิ๊ง ได้รับการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียง 319 เสียง ถือว่าท้วมท้น
หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการแล้ว นายกฯอุ๊งอิ๊งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ
รวบรวมพรรคร่วม คัดสรรรัฐมนตรี และแถลงนโยบายรัฐบาลชุดใหม่
ขณะที่ไทยมีนายกฯคนใหม่ มีรัฐบาลชุดใหม่ แต่เรายังมีปัญหาเหมือนเดิม
ปัญหาใหญ่คือปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง
ปัญหานี้จะเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และใหญ่กว่ารัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เสียอีก เพราะขณะนั้นคนไทยมีความเชื่อว่ารัฐบาลเพื่อไทยช่วยกอบกู้เศรษฐกิจได้ เนื่องจากมีภาพของพรรคไทยรักไทยปรากฏอยู่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้สังคมไทยมองเห็นว่า สถานการณ์ของรัฐบาลปี 2566-2567 กับรัฐบาลเมื่อปี 2544-2548 แตกต่างกันสิ้นเชิง
อำนาจของรัฐบาลสมัยนี้ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนสมัยนั้น
ณ วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจยังอยู่ วิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ติดๆ ขัดๆ
ดังนั้น การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่จะกอบกู้สถานการณ์
หลายกระแสมองว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายพรรคเพื่อไทย เพราะอุ๊งอิ๊งคือแคนดิเดตนายกฯคนสุดท้ายของพรรค
นอกจากนี้ยังมองว่า นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของรัฐบาล ที่จะพิสูจน์ว่าสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้
เพราะหลังจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พ้นโทษ นายทักษิณจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จหรือล้มเหลว
แล้วยังมีคนมองต่อไปอีกว่า นี่ก็อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของฝ่ายประชาธิปไตยด้วย
เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกฮวบ ย่อมเป็นชนวนก่อเชื้อปะทุขึ้นภายในประเทศได้เป็นอย่างดี
อย่าลืมว่า ชนวนเหตุเพียงนิดๆ สามารถจะขยายผลบานปลายกลายเป็นรัฐประหารได้
ลองย้อนกลับไปดูการยึดอำนาจครั้งที่ผ่านมา หลังจากเกิดกรณี “เหมาเข่ง” จนปลุกม็อบขึ้นมาได้ แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯขณะนั้นจะตัดไฟด้วยการประกาศยุบสภา
แต่ขบวนการโค่นล้มก็ยังไม่ยุติ สถานการณ์บานปลายไปจนกระทั่งเป็นเหตุให้เกิดการรัฐประหาร
สถานการณ์ในปัจจุบันสุ่มเสี่ยงที่จะย้อนรอยกลับไปอยู่ตรงนั้นได้ ถ้ารัฐบาลดำเนินการไปสักพักแล้วสร้างเงื่อนไขให้มีการปลุกปั่น
ก่อเกิดเป็นความวุ่นวายจนเป็นเหตุให้ฝ่ายความมั่นคงเอามาอ้าง
และทำรัฐประหาร
ดังนั้น รัฐบาลชุดใหม่ และนายกฯคนใหม่ จึงมีความสำคัญ
การขับเคลื่อนประเทศจำเป็นต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง
นี่ถือเป็นอีกโอกาสที่จะได้รับ ถือเป็นโอกาสที่จะรักษาประชาธิปไตยเอาไว้
อย่าลืมว่า สำหรับประเทศไทยฝ่ายอนุรักษ์กับฝ่ายประชาธิปไตยยังต่อสู้กันอยู่ตลอดเวลา
ฝ่ายประชาธิปไตยใช้การเลือกตั้งเป็นอาวุธ ส่วนฝ่ายอนุรักษ์มีกลไกการรัฐประหารเป็นอุปกรณ์
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อุณหภูมิทางการเมืองไทยจึงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามปัญหาปากท้อง
ปัญหาทางเศรษฐกิจจะพัวพันกับปัญหาทางการเมือง
ดังนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยต้องรับมือให้ดี
ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ประเทศชาติขับเคลื่อนไปข้างหน้า
เพราะนี่มิใช่โอกาสของรัฐบาลเพื่อไทยที่จะอยู่รอดได้หรือไม่เท่านั้น
หากแต่ยังเป็นโอกาสของรัฐบาลประชาธิปไตยที่ต้องลุ้นกันว่าจะอยู่ยั้งยั่งยืนได้มากน้อยแค่ไหนอีกด้วย
นฤตย์ เสกธีระ

