‘ภูมิธรรม’ โยน พปชร.เคลียร์ชื่อ รมต.ให้ชัด เผย 3 บิ๊ก พปชร.โทรดีลไม่ตรงกัน ย้ำเพื่อไทยไม่รังเกียจใครแต่ต้องชัดเจน หวั่นเกิดปัญหา ยันสแกนคุมสมบัติเข้ม ป้องเก้าอี้ ‘แพทองธาร’ ปัดตอบ ‘บิ๊กป้อม’ ยกหูคุย ‘ทักษิณ’
เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ถึงการสรุปโควต้ารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ไม่มีการพูดคุยถึงการเสนอชื่อรัฐมนตรีของพรรคในที่ประชุม เนื่องจากเป็นการประชุมทั่วไปเป็นการหารือร่างกฎหมายที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร และยังไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร เนื่องจากไม่ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีหน้าที่คัดเลือกบุคคลเข้ามา
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนจะได้ข้อสรุปของพรรคเพื่อไทยเมื่อใดอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารจะพิจารณา ส่วนของพรรคร่วม ในฐานะเป็นผู้ประสานงาน ได้แจ้งให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบแล้ว เพื่อส่งต่อรายชื่อให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประสานต่อ เนื่องจากจะต้องมีขั้นตอนการตรวจสบคุณสมบัติ คาดว่าภายในวันที่ 20 ส.ค.น่าจะครบ
“ขอย้ำว่าจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้อง และอย่างน้อยที่สุดฝ่ายบริหารจะต้องปกป้องหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้ระบุว่าหากใครมีชนักติดหลังแล้วจะไม่รับพิจารณา แต่ขอให้พรรคนั้นๆ ไปตรวจสอบมาตามกฎหมาย เพราะไม่สามารถแต่งตั้ง หรือจัดการใดๆ นอกกฎหมายได้” นายภูมิธรรมกล่าว
เมื่อถามถึงความชัดเจนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่อาจมีปัญหาคุณสมบัติ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่เห็นรายชื่อ แต่ให้พรรค พปชร.ไปพูดคุยกันให้เสร็จสิ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีคนของพรรค พปชร.โทรมาประสานถึง 3 คน จึงขอให้พรรค พปชร.ไปจัดการให้ชัดเจน แต่เบื้องต้นยังไม่เห็นรายชื่อว่ามีใครบ้าง ทราบแต่เพียงจากข่าวเท่านั้น จึงไม่ขอก้าวล่วง เนื่องจาก เป็นเรื่องภายในของพรรค พปชร. แต่ที่สำคัญคือรัฐบาลจะต้องเป็นเอกภาพ ร่วมมือกันทำงาน และทำนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะแบบเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยยังเป็นห่วงคุณสมบัติของ ร.อ.เธรรมนัสหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้จะต้องทำให้ดีที่สุด เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปตรวจสอบคุณสมบัติให้เข้มข้น จึงขึ้นอยู่กับกระบวนการตรวจสอบนี้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อตัดสินใจดำเนินการอย่างไรต่อไป และเป็นการคัดกรองในชั้นแรก จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
นายภูมิธรรมกล่าวชี้แจงว่า การตรวจคุณสมบัติจะแล้วเสร็จเมื่อใดนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตน แต่ขึ้นอยู่กับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะตรวจสอบเสร็จเมื่อใด เนื่องจากมีความยากลำบาก แต่จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นด้วยความรอบคอบโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการ ร.อ.ธรรมนัสให้เข้าร่วมรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ระบุว่าต้องการใคร หรือไม่ต้องการใคร แต่ให้ทุกคนส่งชื่อมา เพื่อไปตรวจสอบประวัติ โดยไม่ได้ระบุไปที่ตัวบุคคล เพราะจะเกิดความสับสน และเท่าที่เห็นขณะนี้หลายพรรคการเมืองได้ส่งชื่อมาชัดเจนแล้ว เว้นเพียงพรรค พปชร.ที่ยังมีหลายความเห็น เพราะมีผู้โทรประสานตนมาถึง 3 คน จึงขอให้ไปพูดคุยกันในพรรคให้เสร็จสิ้น
เมื่อถามถึงกรณี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ที่มีข้อสังสัยเรื่องคุณสมบัติเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบ เพราะทุกพรรคสามารถส่งชื่อมาได้ แต่เมื่อตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วจะต้องมีการเห็นชอบร่วมกัน ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ
เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งชื่อมาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ติดตามว่าพรรคอื่นมีการส่งรายชื่อมาหรือไม่ เพราะได้มอบหมายให้ นพ.พรหมินทร์เป็นผู้รวบรวม ขณะนี้ยังเป็นเพียงการพูดคุยภายในพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ต่อสายเคลียร์ใจถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนจะมีการพูดคุยกับคนในพรรคเพื่อไทยระดับใด ขึ้นอยู่กับพูดคุยถูกช่องทางหรือไม่ หากไปพูดคุยกับผู้ที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจก็จะไม่มีความชัดเจน และขึ้นอยู่กับว่านายกฯจะตั้งใดตั้งใครเป็นผู้ประสานงาน ก็จะต้องประสานกับผู้นั้น
นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า ส่วนที่สื่อถามถึง พล.อ.ประวิตร ได้ตอบให้ไปสอบถาม พล.อ.ประวิตร ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล แต่ไม่ใช่บีบให้ พล.อ.ประวิตร มามอบตัว ตนจะไปกล้าพูดเช่นนั้นหรือ และการจะร่วมรัฐบาลต้องมีความชัดเจน และสื่อยังถามอีกว่าคณะรัฐมนตรีจะไม่มีวงษ์สุวรรณหรือไม่ ตนไม่ได้กล่าวถึงขนาดนั้น และให้ไปสอบถาม พล.อ.ประวิตร เองว่าคิดอย่างไร รวมถึงไม่ได้เป็นการแสดงความรังเกียจใดๆ เพียงแค่อยากให้มีความชัดเจนเท่านั้น

