‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ทวง กกต.ปมยุบภูมิใจไทย รับเงินบริจาค หจก.บุรีเจริญฯ แนะสอดไส้คำวินิจฉัยศาล รธน.สั่ง ‘ศักดิ์สยาม’ พ้น รมต.แค่นั้นชงศาลได้แล้ว
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นทวงถามจาก กกต.เมื่อครั้งเคยร้องกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2566 จากกรณีนายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น และให้พิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย ตามบทบัญญัติของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 90(2) และมาตรา 92(3)
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า เคยมาร้องเรียนเรื่องนี้เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2567 แล้ว นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา มาขอยุบพรรรก้าวไกล ซึ่งช้ากว่าตนไป 1 เดือน ตอนนี้พรรคก้าวไกลไปแล้ว แต่กรณียกพรรคภูมิใจไทยยังอยู่ในขั้นของการแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่เข้าใจว่าจะแสวงที่หมายความว่าการรวบรวมพยานหลักฐานที่นำไปสู่การพิสูจน์ความผิดความบริสุทธิ์ แต่แลดูแล้วคำว่าแสวงนั้นจะมีคำจำกัดความอยู่ในตัวว่าการเลือกใช้กับบางคนบางกลุ่ม บางพวกบางพรรคการเมือง ให้เวลากับกกต. 30 วัน ถ้าไม่ดำเนินการหรือไม่มีความคืบหน้าอะไร เจอกันที่ศาลอาญา เพราะถ้ายิ่งช้าก็จะยิ่งเสียเกียรติคุณของ กกต. หรืออาจมีคนบอกว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายภัทรพงศ์กล่าวต่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ยุบพรรคก้าวไกล ศาลได้อ้างคำวินิจฉัยที่เคยสั่งพรรคก้าวไกลหาเสียงห้ามพูดถึงมาตรา 112 ศาลระบุว่าคำวินิจฉัยทั้งนั้นของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นหลักฐานชิ้นเอก แต่ทำไม นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยุบพรรคภูมิใจไทยว่าจะต้องไปพิสูจน์ให้ทราบกันก่อนว่าเงินที่ หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ที่นำเงินมาบริจาคให้พรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยถ้าไปดูในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 72 ว่าเงินที่นำมาบริจาคให้พรรคการเมือง ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าเงินนั้นจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในความเป็นจริงนายศักดิ์สยามให้ หจก.บุรีเจริญคอนสตัคชั่น ทำธุรกรรมแทนตนเอง เปิดบริษัทขึ้นมามีนอมินีถือหุ้น จากนั้นให้บริษัทดังกล่าวได้รับงานที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วแบบนี้จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไรว่าเงินที่นำมาบริจาคเป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แค่ไปเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้นายศักดิ์สยามพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีมาประกอบกับคำร้องของตนส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้แล้ว
นายภัทรพงศ์กล่าวอีกว่า เจ็บปวดหัวใจมาก ทุกครั้งที่เห็นผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล โลดแล่นเดินพรมแดงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 และหลายครั้งนายอนุทิน หรือ ส.ส.ของพรรคไปต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง รู้สึกเจ็บหัวใจ อีกทั้งพรุ่งนี้จะไปยื่นกับ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมของนายอนุทินและ นายไชยชนก ชิดชอบ เรื่องของที่ดินที่เขากระโดง และก็ฝากไปถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะกล้าตั้งนายอนุทินเป็นรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ถ้าตนยื่นตรวจสอบจริยธรรมแล้ว

