หน้าแรก การเมือง รมต.มีตำหนิ ย...

รมต.มีตำหนิ ยอมถอย พท.กร้าวเข้มคุณสมบัติ ภูมิธรรม ปัดนั่งกลาโหม จับตาปชป.จ้องเสียบ หากพปชร.แตก

22.08.24 | 18:53 น.

รมต.มีตำหนิ ยอมถอย พท.กร้าวต้องเข้มคุณสมบัติ ภูมิธรรม ปัดนั่งกลาโหม จับตาปชป.จ้องเสียบ หากพปชร.แตก

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการตั้ง ครม.แพทองธาร 1 ว่า แกนนำรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย ได้เน้นย้ำถึงเรื่องของคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล ว่าต้องเข้มงวดในเรื่องคุณสมบัติให้มาก หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวางบรรทัดฐานไว้สูง จนทำให้ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯต้องพ้นเก้าอี้ไปด้วยคุณสมบัติเรื่องจริยธรรม

ทั้งนี้มีการอ้างอิงคำพูดของแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า “ผมจำเป็นต้องขอปกป้องนายกฯผม เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนเข้าใจและเห็นใจกันด้วย การตรวจสอบครั้งนี้เจาะลึกและเข้มข้นกว่าทุกครั้ง”

รายงานข่าวแจ้งว่า ด้วยท่าทีของพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคร่วมต้องกลับไปทบทวน และทำความเข้าใจกับผู้ที่จะได้รับเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ซึ่งล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงว่าในบรรดารัฐมนตรีที่อาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจะยอมถอยให้คนใกล้ชิดเข้ามาทำหน้าที่แทน

รายงานแจ้งอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการสรุปแล้วว่ารัฐมนตรีที่เข้าข่ายมีปัญหา 4 คน คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ และ นายเอกนั พร้อมพัธุ์

Advertisement

สำหรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการปรับ นายสุทิน คลังแสง พ้นออกไปนั้น ล่าสุดมีการทาบทามให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ มาทำหน้าที่แทน เนื่องจากเป็นรองนายกฯที่ดูแลเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนายภูมิธรรมได้ปฏิเสธ และขอทำหน้าที่ รมว.พาณิชย์ต่อไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ต้องหาชื่อผู้ที่เหมาะสมอีก โดยมีการเสนอชื่อ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ขึ้นมา เพราะเคยเป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มีความเข้าใจในเรื่องระบบราชการมากพอสมควร

ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีหน้าใหม่ของพรรคเพื่อไทย มีการยืนยันแล้วว่า จะมีชื่อของ นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เข้ามาเป็นรัฐมนตรีในรอบนี้ด้วย

นอกจากนี้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ แกนนำเพื่อไทย ปฏิเสธจะเข้ามาเป็นตัวกลาง โดยขอให้ฝ่าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และฝ่ายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปเจรจากันเอง ซึ่งหากเจรจาได้ลงตัว เข้าร่วมรัฐบาลทั้งพรรค ก็จะไม่มีความจำเป็นที่ต้องดึงพรรคประชาธิปัตย์มาเข้าร่วมรัฐบาล แต่หากมาบางส่วน ก็จำเป็นต้องดึงประชาธิปัตย์เข้ามาเพื่อให้เกิดเสถียรภาพ

รายงานแจ้งว่า สำหรับการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรี แกนนำรัฐบาลวางกรอบเวลาไว้ 2 สัปดาห์ จึงยังมีเวลาอีกพอสมควร ทำให้ตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังคงขยับได้ โดยผู้ที่มีสิทธิเป็นรัฐมนตรีได้ส่งประวัติไว้ โดยไม่ได้กำหนดว่าจะดำรงตำแหน่งใด