‘ชาดา’ เยี่ยมผู้ประสบภัยเหตุดินสไลด์ ห่วงยังมีหินใหญ่ หวั่นฝนตกหนักจะหล่นทับซ้ำ มอบ 1 แสน ช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยสถานการณ์ดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย จำนวน 100 ชุด มีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ดินสไลด์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ จิตอาสา และผู้ประสบภัย เข้าร่วม ณ วัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายชาดากล่าวว่า ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ทุกหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ ขอชื่นชมการรวมพลังช่วยเหลือชาวบ้านที่มาจากทุกหน่วยราชการจริงๆ และขอให้ชาวบ้านได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ตามสิทธิที่สมควรได้รับ ในส่วนผู้ที่มาช่วยเหลือ ขอให้ดูแลเรื่องอาหารการกินต่างๆ อย่าได้ขาดตกบกพร่อง
นายชาดากล่าวว่า แต่หลังจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าเป็นจริงอย่างที่เขาพูดหรือไม่ว่า ข้างบนมีการก่อสร้างต่างๆ ทำให้เกิดดินสไลด์ ซึ่งต้องตรวจสอบ สิ่งที่เป็นห่วงอย่างมาก คือ หินก้อนใหญ่ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่เดิมของมัน ถ้าเกิดมีฝนตกลงมา อาจจะมีปัญหาได้ ถ้าเคลียร์พื้นที่เรื่องหินได้ สิ่งใดที่ขยับได้ต้องขยับไปก่อน ถ้าเกิดเหตุซ้ำซ้อนขึ้นมาจะเป็นอันตรายมาก และจะเท่ากับไปซ้ำเติมชาวบ้านอีก จึงขอให้โยธาฯจังหวัดเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องเทคนิคต่างๆ และบ้านเรือนบางบ้านถ้าจำเป็นต้องให้เขารื้อต้องให้รื้อ ต้องแจ้งเขา ถ้าเขาไม่รู้ ไปพังบ้านทีหลังก็จะเป็นอันตรายแก่พี่น้องประชาชน และทางประปาที่มาช่วยเหลือเรื่องน้ำ ขอให้เป็นหน่วยงานหลักดูแลผู้ประสบภัยและผู้ที่มาช่วยเหลือที่มาจากหน่วยราชการต่างๆ ด้วย และในเรื่องการบริจาคจะสมทบเงินให้ 100,000 บาทเป็นเงินกองกลางไว้ดูแลประชาชน

นายชาดากล่าวว่า ในเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องไปทางภาคเหนือ ซึ่งหนักเหมือนกัน จึงมอบหมายให้ตนลงมาแทนที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความหนักเหมือนกัน โดยท่านมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ส่วนมาตรการระยะเร่งด่วน ต้องเป็นการแจ้งเตือนภัยกันอย่างเข้มข้น ที่สำคัญ คือ การแก้ปัญหาระยะยาว ต้องประชุมวางแผนกันว่าจะทำอย่างไร เพราะบางเรื่องเรื้อรังมานานจะต้องค่อยๆ ดูแล ต้องมีแผนขึ้นมา รัฐบาลต้องดำเนินการอยู่แล้ว
นายชาดากล่าวว่า ส่วนเรื่องการก่อสร้างอาคารบนที่สูง ต้องดูว่าจะต้องแก้เรื่องอะไร แต่ต้องยอมรับว่า ภูเก็ตผิดกฎหมายทั้งเมืองอยู่แล้ว เราคงไปทำอะไรมากเพราะเป็นมานานและผมเพิ่งไปตรวจเรื่องผู้มีอิทธิพล เมื่อไม่นานมานี้ อีนุงตุงนังไปหมด เต็มเมืองเลย ก็คงเป็นเรื่องต้องว่ากันเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่ต้องคอยปฏิบัติไม่ให้เกิดการผิดกฎหมายจนกลายเป็นนิสัยไป วันนี้ภูเก็ตผิดกฎหมายจนเป็นนิสัย จนเคยตัวไปแล้ว จนไม่รู้อะไรผิดอะไรถูก เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันอีกที

จากการลงพื้นที่สอบถามพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยรู้สึกเศร้าใจและหดหู่ใจ เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ แต่สิ่งที่สำคัญคือรัฐต้องดูแลเขาให้เต็มที่ในสิทธิพึงมีพึงได้ของประชาชน ในเรื่องความเสียหายค่าโลงศพ บ้านเรือนต่างๆ เรียนสั่งทางผู้ว่าฯต้องดำเนินการให้เต็มที่ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าถ้าเงินไม่พอให้บอก แต่สิทธิที่ประชาชนต้องได้ ต้องไม่ให้ขาดเหลือ ส่วนผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวต่างชาติได้ประสานกับกงสุล อย่างเช่นชาวรัสเซีย มีกงสุลรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต ส่วนของเมียนมาไม่มี คงจะต้องประสานกันอีกที
ทางด้าน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตจากดินถล่ม รวม 10 ราย เป็นชาวรัสเซีย 2 ราย คนไทย 2 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวสกลนคร 1 ราย ชาวสุราษฎร์ธานี 1 ราย และแรงงานต่างด้าว 6 ราย
ภารกิจค้นหาผู้สูญหายตามที่รับแจ้งอีกวันนี้อีก ประมาณ 3 ราย ซึ่งได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ทำการค้นหาผู้ที่ติดค้างอยู่ข้างใน และจัดกิจกรรม Big cleaning Day ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ทำความสะอาดล้างดินโคลนที่เข้ามาในอาคารบ้านเรือนและถนน โดยแบ่งภารกิจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว และทางจังหวัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมรับบริจาคเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้อาหารและน้ำดื่ม ณ วัดกิตติสังฆาราม วัดกะตะ และวัดสุวรรณคีรี เขตวัดกะรน โทร 076-330-186 กด 1
นายโสภณกล่าวว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นครั้งนี้สถานการณ์หนัก ถึงแม้ว่าเตรียมการอย่างไรก็จะเกิดขึ้นเพราะไม่สามารถป้องกันได้ 100% ถ้าฝนตกหนักดินสไลด์ซึ่งทุกจังหวัดตั้งแต่ภาคเหนือลงมาเป็นเหมือนกันหมด จะทำอย่างไรให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เป็นหลักการที่จะต้องร่วมกันในเรื่องการแจ้งเตือนภัยและการป้องกันต่างๆ โดยเฉพาะการปลูกป่าการป้องกันการบุกรุก การดำเนินคดีผู้บุกรุกในเขตป่าไม้เขตอนุรักษ์ ทุกคนจะต้องช่วยกันดูแลรักษาพื้นที่ป่าให้เข้มแข็ง

โดยมีแนวคิดจะใช้วิธีการปลูกต้นไม้ ใช้หว่านเมล็ดพืช เช่น กระถิน ลูกไทร เป็นต้น ได้ความรู้จากอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีบอกว่าเป็นพืชคลุมดินจะงอกขึ้นเรื่อยๆ โดยจะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการปล่อยพืชเมล็ดพืชลงมา ส่วนพื้นที่ลาดชันต่างๆ จะต้องปลูกหญ้าแฝก ทางป่าไม้จะเป็นเจ้าภาพหลักได้มอบภารกิจไปแล้ว ในครั้งที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ทางด้าน นายโสภณ ทองไสย ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ได้รับผลกระทบ จำนวน 1 อำเภอคือ อำเภอเมืองภูเก็ตรวม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 209 ครัวเรือน 679 คน คือ ตำบลฉลอง 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 8, 9, 10 ได้รับผลกระทบ 40 ครัวเรือน 123 คน ตำบลราไวย์ 2 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่ 1, 2 ได้รับผลกระทบจำนวน 55 ครัวเรือน 174 คน ตำบลกะรน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่ 1, 2, 3, 4 ได้รับผลกระทบจำนวน 114 ครัวเรือน 382 คน
นายโสภณกล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์ ขณะนี้ฝนหยุดตกในทุกพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าฟื้นฟูชำระล้างทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมสำรวจความเสียหาย ปริมาณน้ำที่ท่วมขังลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตได้เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้าน พล.ร.ท.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 /ผอ.ศรชล.ภาค 3 กล่าวว่า ทัพเรือภาคที่ 3 จัดกำลังพลตั้งโรงครัวพระราชทานเตรียมอาหาร 3 มื้อ สำหรับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ช่วยเหลือแห่งนี้จนกว่าจะเสร็จภารกิจในการตั้งศูนย์ รวมทั้งจัดกำลังพลสนับสนุนเคลียร์พื้นที่ดินโคลนที่ไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งช่วยค้นหาผู้สูญหายเพิ่มเติมจนกว่าเสร็จสิ้นภารกิจ
ทางด้าน แพทย์หญิง เหมือนแพร บุญล้อม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รวบรวมล่าสุดเช้านี้ มีผู้ประสบเหตุ บาดเจ็บ ทั้งหมด 29 ราย ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั้งหมด 6 ราย คือ ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 3 ราย และโรงพยาบาลฉลอง 3 ราย มีคนที่มีอาการหนักอยู่ 3 รายอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตทั้งหมด ทีมแพทย์ได้ดูแลอย่างเต็มที่ อยู่ที่หอผู้ป่วยวิกฤตทางเดินหายใจ หอผู้ป่วยอายุรกรรม และหอผู้ป่วย หูคอจมูก ส่วนที่เหลือกลับบ้านได้ยังไม่รวมผู้ที่เสียชีวิตกับผู้สูญหาย ส่วนผู้เสียชีวิต 10 ราย และสูญหายอีก 1 ราย รอค้นหาเช้านี้ นอกจากการดูแลเบื้องต้นจะมีทีมดูแลสนับสนุนด้านสุขภาพจิตเข้ามาร่วมในครั้งนี้จากทีมสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต 1 ทีม และทีมของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลฉลองร่วมอีก 1 ทีม ดูแลผู้ประสบเหตุในพื้นที่
แพทย์หญิง เหมือนแพรกล่าวว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประสบภัย จำนวนประมาณ 4-5 หลังคาเรือน เขายังรู้สึกหวาดวิตก ถ้าได้ยินเสียงอะไรก็จะเกิดอาการผวา ต้องการจะวิ่งอย่างเดียวเป็นภาวะจิตใจที่ต้องการการเยียวยาและพูดคุย ทางทีมงานจะต้องพูดคุยให้จิตใจผ่อนคลายดีขึ้น และมีทีมกู้ชีพของเทศบาลตำบลกะรนคอยดูแลผู้ที่ต้องนอนพักในพื้นที่ชั่วคราว ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว วัดกะตะแห่งนี้
ทางด้าน นางบุญสม หิรัญ ชาวตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ในวันเกิดเหตุน้ำท่วมไหลเข้าบ้านน้ำไหลลงมาจากเทือกเขานาคเกิด ปกติน้ำท่วมลงมาจากเขาทุกปีแต่ปีนี้ท่วมหนักน้ำได้ไหลเข้ามาเต็มทั้งพื้นที่ของตัวบ้านและในบ้านมีด้วยกัน 4 คนทุกคนปลอดภัย ในวันนี้เข้ามาติดต่อขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่วัดกะตะ โดยต้องการให้เร่งฟื้นฟูเยียวยาให้ด้วยเพราะได้รับความเสียหายทั้งหลัง

