สถานีคิดเลขที่ 12 : ไม้ใหญ่
ข้อเสนอแนะหนึ่ง ที่พูดกันมาก
นั่นก็คือ หาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ “ซ้ำรอย” พ่อ “ทักษิณ ชินวัตร” อาเขย “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” และ อา “ยิ่งลักษณ์ชินวัตร”
ไม่ควรเป็น นายกรัฐมนตรี “หล่นใต้ต้น” อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นพ่อ
ควรเป็น นายกรัฐมนตรี “ไกลต้น” ที่เติบโต ด้วยตัวของตัวเอง
ให้ผู้เป็นพ่อเป็นฝ่ายสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจริงๆ เท่านั้น
ด้วยต้องยอมรับว่าพ่อทักษิณ มีกระแส “ต่อต้าน” ตกค้างอยู่ในสังคมไทยสูงอย่างยิ่ง
ซึ่งการต่อต้านตกค้างเหล่านี้ พร้อมจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาตลอดเวลา
และคงไม่ได้จำกัดวงเฉพาะผู้เป็นพ่อทักษิณเท่านั้น
หากแต่พร้อมจะลากดึง น.ส.แพทองธาร เข้ามาอยู่ใน “ระบอบทักษิณ” ที่มีการปลุกปั่นขึ้นมาจนนำไปสู่การสะกัดกั้น ขัดขวาง และหักโค่น ถึงขนาดมีการรัฐประหาร 2 ครั้งมาแล้ว
แม้ตอนนี้ กระแส สามัคคีส่วนบน ทั้ง “กลุ่มอำนาจเก่า-ทุน” จะทำให้ ตระกูลชินวัตร และพรรคเพื่อไทย มั่นคง มีเสถียรภาพ
แต่กระนั้น “การเมืองไทย” ที่นายทักษิณเองก็เคยหลุดคำพูดว่า มีความ “ลี้ลับ” อย่างมาก
อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ
และตอนนี้ก็มีการเพาะเชื้อเอาไว้ตั้งแต่ รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธารยังไม่บริหาร
ไม่ว่าเรื่องคดี 112 เรื่องชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ของนายทักษิณ หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัวของ น.ส.แพทองธาร ตั้งแต่เป็น “นิสิต” รวมไปถึงเรื่องที่ดินอัลไพน์ ก็ถูกขุดขึ้นมาวางให้สังคมเห็น
แม้ตอนนี้ดูจะไม่มีพิษสง แต่กระนั้นก็คงไม่อาจประมาทหรือมองข้าม
เพราะหากมีองค์ประกอบ มีเงื่อนไข และสิ่งแวดล้อมอันเหมาะสม ก็อาจมีฤทธิ์เดชขึ้นมาได้
โดยเมื่อมีฤทธิ์เดชขึ้นมาแล้ว ก็ต้องมี “ผู้วินิจฉัย” โดยเฉพาะจากองค์กรอิสระ
อะไรก็ยิ่งวางใจไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่อสังคมได้ชมและฟังคลิป “บุคลากร” จากองค์กรวินิจฉัย ที่มากด้วยอำนาจ และความเบ็ดเสร็จแล้ว
ปรากฏว่า สังคมได้รับทราบแนวคิด ทัศนคติ จุดยืน อย่างน่ากังวล และห่วงใยอย่างมาก
มากจนต้องช่วยกันคิดว่า เราจะยอมให้ “กลุ่มบุคคล” เพียงไม่กี่คน มีซุปเปอร์อำนาจชี้ขาดความเป็นไปของประเทศเช่นนี้หรือ
ไม่ต้องพูดถึง ฝ่ายการเมือง โดยเพราะ ครอบครัวชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีประสบการณ์กับการ “วินิจฉัย” มาแล้วหลายครั้ง ยิ่งต้องพึงระวัง
เพราะอย่างที่บอก อะไรก็เกิดขึ้นได้ในการเมืองไทยอันลี้ลับนี้
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เราได้มองเห็น แนวโน้มสำคัญอันหนึ่ง
นั่นก็คือ ข้อเสนอแนะ ให้ น.ส.แพทองธาร เป็น นายกฯไกลต้นพ่อทักษิณ ไม่น่าจะมีการตอบสนองนัก
เพราะดูจากสิ่งที่นายทักษิณแสดงออกโดยเฉพาะการขึ้นเวทีโชว์ “วิชั่น” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นั้น
ชัดเจนอย่างยิ่งว่านายทักษิณคือ “ไม้ใหญ่” ที่แผ่บารมีปกป้อง คุ้มครอง ให้กับ “ลูกไม้” ลูกแพทองธาร อย่างชัดเจน เปิดเผย
นอกจากนี้ ยังแผ่กิ่งก้าน “ชี้นำ” แนวทางการบริหารประเทศ อย่างไม่ปิดบังอำพราง
ซึ่งต้องยอมรับว่า 17 ปีที่ผ่านไป นายทักษิณยังคงเป็นนายทักษิณแห่งยุค “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ไม่เสื่อมคลาย
และหาก สามารถ นายกฯแพทองธาร คณะรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย แปรวิชั่นเหล่านั้น ไปสู่ การปฏิบัติได้จริง
พรรคเพื่อไทยก็มีโอกาสกลับมาผงาดได้อีกครั้ง
แต่กระนั้น “วิชั่นใหญ่” มากมาย ที่นายทักษิณโชว์ออกมานั้น หลายเรื่องละเอียดอ่อน มีแรงเสียดทานสูง
คงต้องอาศัย ความเข้าใจ แรงผลักดันมหาศาล จึงจะสำเร็จ
“ไม้ใหญ่” และ “ลูกไม้” จะทำให้สำเร็จ ภายใต้สถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้าม “ซุ่มซ่อน” พร้อมขัดขวาง ทำลาย อยู่สองข้างทาง หรือไม่อย่างไร
จึงท้าทายอย่างยิ่ง
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

