หมายเหตุ – นักวิชาการวิเคราะห์วิชั่นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk Vision for Thailand 2024 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา

วันวิชิต บุญโปร่ง
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
สิ่งที่คุณทักษิณ ชินวัตร แสดงวิสัยทัศน์ แสดงให้เห็นถึงนโยบายเรือธงของรัฐบาลชุดนี้ เพราะหลายเรื่องก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้ใช้หาเสียงมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษบางขุนเทียน กรุงเทพฯ หรือสมุทรปราการ จำได้ว่า คุณแพทองธาร ชินวัตร เคยหาเสียง แต่ครั้งนี้คุณทักษิณเข้ามาย้ำ ทำให้เกิดทิศทางจะทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น รถไฟฟ้า 20 ตลอดทุกสาย ไม่ลืมพยายามทำให้ทุกโครงการทุกนโยบายไม่ตกขบวน แต่น้ำหนักก่อนหน้านี้ที่ผ่านมารัฐบาลของคุณเศรษฐาอาจจะไม่หนักแน่น หรือสร้างความไม่ชัดเจนให้สังคมตระหนักว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเดินหน้าโครงการนโยบายต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การที่คุณทักษิณออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในรอบนี้เป็นการฝังหมุดนโยบายของพรรคว่าจะทำอะไรหลังจากนี้ ทำให้มีพลานุภาพทางความเชื่อมากขึ้น งานนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเทคนิคการหาเสียง หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นเพื่อไทยการละคร ทุกครั้งที่คุณทักษิณออกมาแสดงวิสัยทัศน์หรือออกมาวางแผนล่วงหน้า สเต็ปขั้นตอนต่อไปมักจะเห็นการเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในเชิงจิตวิทยาเห็นว่ากลุ่มทุนที่มีความขัดแย้ง หรือเคยมีระยะห่างกับคุณทักษิณ ทุกอย่างกลายเป็นอดีตที่คุณทักษิณพูดบนเวทีว่า อดีตไม่ลืมแต่ทุกวันนี้มองปัจจุบันและอนาคตที่จะต้องเดินหน้าร่วมกัน ทำให้คุณทักษิณหรือเครือข่ายรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น คนที่เคยเป็นปฏิปักษ์ หรือคนที่เคยมีมุมมองเห็นต่าง กลับเข้ามารวมตัวและรับฟังมุมมองว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำอะไร และกลุ่มทุนต่างๆ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อน เป็นการตอบโจทย์ทางยุทธศาสตร์การเคลื่อนเกมของคุณทักษิณถือว่าบรรลุผลแล้ว ในขณะเดียวกันกลุ่มทุนต่างๆ หรือแม้กระทั่งสังคมที่จับตามอง ก็จะมองว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เคยเป็นคู่ปฏิปักษ์หรือคู่ขัดแย้งของคุณทักษิณ ดิจิทัลฟุตพรินต์จะทำงานให้เห็นเองว่าแต่ละคนที่เคยมีจุดยืนทางการเมือง หรือกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ในการเมืองเป็นอย่างไร จะนำไปสู่คำตอบของแต่ละตัวบุคคลที่ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวในทางการเมืองหรือทางสังคมภายหลัง
ตัวอย่างที่ดิจิทัลฟุตพรินต์ทำงานอย่างรวดเร็ว กรณีของคุณชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เคยออกมาตรวจสอบอย่างขันแข็งว่าจะไปหาคุณทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แต่ในงานวันนั้นก็เห็นได้ว่าอากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของคุณชัยชนะที่มีต่อคุณทักษิณ แล้วคุณทักษิณมีสถานะบทบาทวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ ตรงนี้เป็นบททดสอบและค่าใช้จ่ายทางการเมืองคนที่อยู่ในภาพในทางการเมืองที่เกิดขึ้น งานนี้คุณทักษิณไม่มีเสีย มีแต่ได้ ขณะเดียวกันคนที่เคยเป็นคู่ปฏิปักษ์ต่างหาก หรือคนที่เคยตั้งคำถามการเคลื่อนไหวของคุณทักษิณ หรือมุมมองทางการเมืองที่เห็นต่างมาตลอด จะถูกศรัทธาที่มีต่อพรรคการเมืองหรือต่อตัวบุคคลจะกัดกร่อนและสั่นคลอน ของตัวบุคคลท่านนั้นเอง
ในตอนรัฐบาลพรรคไทยรักไทย รัฐบาลพรรคพลังประชาชน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยตอนคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก รัฐมนตรีในพรรคตัวเองสามารถดำรงตำแหน่งในกระทรวงยุทธศาสตร์ กระทรวงทางเศรษฐกิจได้ สามารถขับเคลื่อนนโยบายเรือธงของพรรคได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเป็นรัฐบาลผสมที่มีหลากหลายพรรค แล้วกระทรวงสำคัญกระจายไปยังพรรคร่วมรัฐบาล การขับเคลื่อนในการประสานความร่วมมือคิดว่าต้องใช้ระยะเวลา ขณะเดียวกันทุกอย่างเป็นเกมการเมืองถ้าทำไปแล้วคะแนนความนิยมของตัวเอง
จะได้มากน้อยขนาดไหน บททดสอบของพรรคเพื่อไทยต้องใช้การประสานหรือการดีล ทั้งดีลลับหรือในที่แจ้ง ให้พรรคร่วมรัฐบาลได้ประโยชน์ร่วมกัน และขับเคลื่อนไปด้วยกันจึงจะบรรลุผลได้ ดังนั้นวิสัยทัศน์ของคุณทักษิณจะทำได้ง่ายเหมือนตอนที่ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีคงไม่ง่าย เพราะมีบททดสอบมากมายเหลือเกิน
หลายคนบอกว่าสิ่งหนึ่งแยกความเชื่อไม่ได้ว่าคุณทักษิณคือพ่อของนายกรัฐมนตรี และความที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อย่าลืมว่าคุณแพทองธารขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ภาพที่สังคมตั้งคำถามถึงประสบการณ์ ภาพที่มองว่าการมาถึงตำแหน่งจุดนี้ได้เพราะว่าความเป็นลูกคุณทักษิณ ภาพความสำเร็จผ่านวงการธุรกิจ หรือผ่านบททดสอบหนักหน่วงก่อนหน้านี้ ยังไม่มากพอ ยังไม่ได้การยอมรับ ดังนั้นจึงง่ายมากในการตีขลุมว่า คุณแพทองธารอยู่ภายใต้ร่มเงาของคุณทักษิณ ในขณะเดียวกันถ้ามองแบบนี้ทุกคนจะไปโฟกัสกับคุณทักษิณ และขณะเดียวกันสปอตไลต์ของคุณแพทองธารจะลดหลั่น เผชิญแรงกดดันน้อยกว่าที่เป็นอยู่ที่คาดไว้ เพราะว่าคุณทักษิณจะแบกรับไว้เอง ดังนั้นการที่จะไปร้อง หรือการตีความมันก็สุ่มเสี่ยง แต่ดูแล้วว่าจะเอาผิดประเด็นนี้ค่อนข้างยาก เพราะเรื่องนี้ได้หารือกันมาก่อนหน้านี้ คุณทักษิณใช้เทคนิคจากภาษาเลี่ยงตัวเองไม่ให้ถูกร้องได้ เช่น ได้ยินเขาพูดมา คุณมีสิทธิที่จะพูดได้ในฐานะเพื่อน พ่อ สมาชิกพรรค ไม่เป็นสมาชิกพรรค หรือในฐานะประชาชน เมื่อได้ยินมาว่าพรรคเพื่อไทยจะทำอะไร คือเอามาสะท้อนต่อ หรือกลายเป็นกระบอกเสียงให้เสียงดังมากขึ้นเท่านั้นเอง เป็นเทคนิคที่คุณทักษิณเล่นกับอารมณ์ของผู้คนทางสังคมเป็น
ส่วนที่ใครมองว่ามีนายกรัฐมนตรี 2 คนบริหารประเทศ มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนให้ความสนใจบทบาททางการเมือง แต่ทั้งหลายทั้งปวงคนก็ไม่แคร์หรอกตราบใดที่สามารถขับเคลื่อนประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนได้ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ในแง่ของการแสวงหาผลประโยชน์หรือนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าเป็นแบบนั้นได้ทุกอย่างเดินหน้าประชาชนก็จะเริ่มให้การยอมรับ แต่ขณะเดียวกันคุณแพทองธารก็ต้องแสดงบทบาท หรือวางระยะห่างที่เหมาะสม แสดงภาวะความเป็นผู้นำในการมีอำนาจการตัดสินใจ อันนี้ก็จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

วีระ หวังสัจจะโชค
อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ประเด็นนี้ อันดับแรกเราต้องยอมรับว่าทักษิณเป็นนักการเมืองคนสำคัญ ถือว่าเป็น Public figure เป็นบุคคลสาธารณะที่มีบารมีสูงมากในทางการเมืองไทย เป็นแกนกลางของการเมืองไทย ของความขัดแย้งทางการเมืองมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการขึ้นมาพูดบนเวทีในวันนี้เหมือนกับการประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการในทางการเมืองว่า “ทักษิณกลับมาแล้ว” การกลับมาแล้วก็กลับมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ของทักษิณ ซึ่งก็คือวิสัยทัศน์ของรัฐบาลด้วย เพราะว่าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายอมรับว่ามีการปรึกษากับคุณพ่อในทุกนโยบาย ทางคุณทักษิณก็พูดว่าแอบไปได้ยินมาในทุกนโยบายเช่นเดียวกัน ผมก็ไม่รู้ว่าไปแอบอย่างไร การแอบไปได้ยินมาของอดีตนายกฯทักษิณ พูดในหลายนโยบาย แต่จริงๆ แล้วมีเรื่องที่เราเรียกรวมๆ ว่าเป็น เหล้าเก่าในขวดใหม่ ไม่ได้มีแนวคิดที่ใหม่จริงๆ แต่มีสิ่งที่เรียกว่ามีการใช้คำที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ภาษาอังกฤษเรียกว่า buzzword เป็นคำที่พูดออกมาแล้วสังคมตื่นตาตื่นใจ แต่จริงๆ แล้วเป็นไอเดียเก่า
ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องเกี่ยวกับ Negative Income Tax การเก็บภาษีน้อยลงในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อันนี้เป็นเรื่องที่เก่ามาก เพราะว่าเรื่องนี้ ต้องมาพร้อมกับการเก็บภาษีผู้ที่มีรายได้สูงมากกว่าปกติ ก็คือภาษีอัตราก้าวหน้า อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย แต่หลายคนพอได้ยินคำนี้ก็จะดูตื่นตาตื่นใจ ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่สังคมไม่ได้ตามเรื่องนโยบายภาษี ว่าสามารถจัดสรรเพื่อลดความเท่าเทียมกันได้ การที่คนไทยไม่ค่อยรู้เรื่องที่มีมานาน พอคุณทักษิณซึ่งเป็นบุคคลสำคัญพูดก็จะเกิดความฮือฮา
อีกตัวอย่างหนึ่งก็เรื่องเก่าแล้ว คืออสังหาริมทรัพย์บ้านราคาถูก สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย อันนี้ก็คือนโยบายบ้านเอื้ออาทรของพรรคไทยรักไทย นำมาปัดฝุ่นใหม่ เพราะฉะนั้นรวมถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน นี่ก็คือนโยบายเก่า เพราะฉะนั้นในการพูดของคุณทักษิณ ในการพูดในเชิงแนวนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ได้มีไอเดียใหม่ แต่มี buzzword มีคำสำคัญบางอย่างที่ทำให้สังคมฮือฮาเท่านั้น ผมเลยมามองมิติทางการเมืองมากว่า การกล่าวของคุณทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ในเชิงไอเดียเศรษฐกิจเป็นเรื่องเก่า แต่เรื่องที่เป็นนโยบายสำคัญ คือเรื่องนโยบายของคุณแพทองธาร เช่น เงินดิจิทัลวอลเล็ต, เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) แล้วก็รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย พวกนี้ไม่ใช่ไอเดียในทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่คือนโยบายสาธารณะ ซึ่งคนกำหนดได้ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น
แต่กลายเป็นว่า อดีตนายกฯทักษิณมาประกาศนโยบายก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายกับสภาเสียอีก ตรงนี้ต่างหากเป็นความน่าสนใจว่า ในการพูดของคุณทักษิณในหัวข้อต่างๆ มันเหมือนกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เงินดิจิทัลวอลเล็ต หลังจากที่รัฐบาลเศรษฐาได้ออกไป ประชาชนก็มีความไม่มั่นใจว่าผู้ลงทะเบียนกว่า 30 ล้านคน ใน App ทางรัฐ จะยังได้รับเงินดิจิทัลอยู่หรือเปล่า แต่คุณทักษิณออกมาคอนเฟิร์มยืนยันว่าได้รับแน่ๆ แต่ได้รับเป็น 2 ช่วง ช่วงหนึ่งได้รับจากบัตรสวัสดิการของรัฐ ช่วงหนึ่งรับจาก App ทางรัฐ แจกเปรี้ยงแจกเป็นหมื่นๆ เหมือนเดิม รวมถึงการยืนยันรถไฟฟ้าตลอดสาย 20 บาททำได้ แล้วก็ Entertainment Complex ทำได้ ภาพตรงนี้ คือสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ของพรรคเพื่อไทย แต่การที่คุณทักษิณมาพูดแสดงให้เห็นว่านี่คือตัวจริงของเพื่อไทย และตัวจริงคนนี้จะเล่นเกมแบบเปิดหน้ามากยิ่งขึ้น จากการแถลงแนวนโยบายดังกล่าว เพราะฉะนั้นถ้าเราจะแยกวิเคราะห์ข้อเสนอการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็สามารถสรุปได้ว่าไอเดียทางเศรษฐกิจไม่ได้ใหม่ ส่วนที่คนให้คำสำคัญเป็นเรื่องนโยบาย ที่อดีตนายกฯแถลงก่อนที่นายกฯตัวจริงจะแถลงกับสภา ตรงนี้อาจจะทำให้สังคมตั้งคำถามเหมือนกันว่า หลังจากนี้ใครคือนายกฯกันแน่ จะบอกว่าปรึกษาหารือกันก็แล้วแต่ แต่การปรึกษาหารือ ควรจะทำข้างหลัง ไม่ใช่มาแถลงข้างหน้าต่อสาธารณะแบบนี้
ยุคสมัยฐานเสียงของกลุ่มคนเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป ในการพูดของคุณทักษิณต้องยอมรับว่าหลายคนสนใจ แต่นับอายุจริงๆ เป็นคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปเท่านั้น คือคนที่เติบโตมาในช่วงที่พรรคไทยรักไทย ช่วงปี 2544-2549 คนกลุ่มนี้รู้ว่า ทักษิณทำอะไร ยังมีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค นโยบาย OTOP มีโครงการเอื้ออาทรต่างๆ ซึ่งเอามาพูดซ้ำอีกทีในงาน Vision for thailand
ในครั้งนี้ ยังมีนโยบายเกษตร นโยบายเกี่ยวกับการปรับปรุงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็คือ เปิดจากรัฐบาลไทยรักไทย คนอายุ 40 ปีขึ้นไปมีความมั่นใจ และทำให้อดีตนายกทักษิณ ได้รับคะแนนนิยมมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหาคือ ถ้าเรานับอายุคนวัยเลือกตั้ง ช่วงอายุ 18-40 ปี เขาไม่รู้สึกอะไร เขารู้สึกว่า เรื่องนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว อย่างเรื่องการรักษาพยาบาลฟรี คนไม่ได้รู้สึกว่าเป็นผลงานของพรรคไทยรักไทยอีกแล้ว คนรุ่นใหม่คนที่เติบโตหลังจากการทำรัฐประหารปี 2549 หรือไม่ได้มีชีวิตในช่วงรัฐประหาร 49 ก็จะรู้สึกว่า ในประเทศที่เจริญแล้ว หลายประเทศก็จะมีระบบรักษาฟรี เมืองไทยก็ควรจะมีอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความรู้สึกผูกพันในลักษณะเหมือนมีบุญคุณ ที่ต้องขอบคุณทักษิณ ไม่มีในคนวัย 18-40 ปี
แล้วถ้าเราสังเกตดีๆ ในวิสัยทัศน์ทั้งหลายที่คุณทักษิณพูด ไม่ได้มีการพูดประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่มีการพูดถึงค่าเงินในลักษณะใหม่ ไม่ได้มีการพูดถึงการเปลี่ยนถ่ายระบบตลาดเงิน ที่จะไปสู่ในระบบดิจิทัลมากขึ้น คุณทักษิณยังอยู่ในลักษณะเศรษฐกิจในยุคเดิม ก็คือในเรื่องของการลงทุน การเจรจา ผลประโยชน์ทางทะเลกับกัมพูชา การลงทุนแบบเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกาสิโน ถมทะเล โอเคในยุคหนึ่งมันคือเรื่องใหม่แต่ ปัจจุบันไปไกลกว่านั้นแล้ว

