ภูมิธรรม ลุยน้ำท่วมน่าน-เชียงราย เผยบางพื้นที่คลี่คลายแล้ว ยังห่วงหลังมีฝนตกอีก
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ ที่จังหวัดน่าน และเชียงรายในวันนี้ (25 ส.ค.) ว่า ตนพร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งขณะนี้ประจำอยู่ที่ จ.เชียงรายแล้ว รวมถึงสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ดังกล่าว โดยขณะนี้ จะเป็นการแก้ปัญหาน้ำเฉพาะจุดในพื้นที่ภาคเหนือก่อน และป้องกันน้ำที่กำลังจะไหลลงมา
ซึ่งต่อไปจะมีการพิจารณาถึงปริมาณกำหนดน้ำในเขื่อนต่างๆ ด้วย เพราะช่วงนี้จนถึงเดือนตุลาคมจะยังคงมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปริมาณน้ำในเขื่อน ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตติ์ และเขื่อนเจ้าพระยา มีความสัมพันธ์กัน และเพื่อช่วยลดมวลน้ำหลากที่ไหลลงมาอย่างแรงและเร็ว รวมถึงกำชับส่วนราชการทุกจังหวัด ให้ติดตามปริมาณน้ำที่ผิดแปลกไปจากเดิม และรองรับทางระบายน้ำ ทั้งการเจาะรูระบายน้ำ ทั้งถนน หรือสะพาน และใช้สะพานแบริเออร์ทดแทน หรือประสานท้องถิ่นจังหวัดอื่นเพื่อสนับสนุนเครื่องจักร อาทิ รถดูดโคลน เป็นต้น พร้อมย้ำว่า รัฐบาล และส่วนราชการ จะไม่ประเมินสถานการณ์ที่ต่ำเกินไปจนประมาท และจะไม่รายงานใดๆ จนทำให้เกิดความตื่นตระหนกได้ รวมถึงจะมีการรายงานสถานการณ์ให้หน่วยงาน และประชาชน สามารถติดตาม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้
ส่วนสถานการณ์น้ำตอนนี้ทั้งที่ จ.เชียงราย แพร่ และน่าน นายภูมิธรรมเปิดเผยว่า น้ำลดลงบ้างแล้ว ยกเว้นบางพื้นที่ที่เป็นเขื่อนกั้นดิน ก็ยังมีทะลักเข้ามาอยู่ ซึ่งแม้จะมีรายงานว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ตนเองก็ยังคงเป็นห่วงอยู่ เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ส.ค.) ก็ยังมีฝนตกลงมาอยู่ จึงต้องยังมีการเฝ้าระวัง และไม่นิ่งนอนใจ ส่วนมวลน้ำจากแม่น้ำยม ขณะนี้ได้ไหลสู่อุตรดิตถ์ และสุโขทัยแล้ว ซึ่งน่าเป็นห่วงเช่นกัน จึงได้สั่งการให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปติตตามสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้ระดมหน่วยงานรัฐทั้งหมดมาร่วมดูแล
นายภูมิธรรมยังชี้แจงสาเหตุของสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ว่า เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่นแปลงไปจากสภาวะโลกร้อน ซึ่งแม้แต่น้ำในแม่น้ำโขง ก็ยังปรับระดับสูงขึ้น และปริมาณน้ำฝน มีเป็นจุด ไม่แพร่กระจาย จึงทำให้ฝนตกบางพื้นที่อย่างรุนแรงและเร็ว ซึ่งบางพื้นที่จะมีการวางแนวป้องกันไว้ แต่ก็ยังต้องเผชิญสถานการณ์ แต่ก็เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว เพราะเป็นน้ำหลาก
ส่วนแผนการแจ้งเตือนประชาชนนั้น นายภูมิธรรมย้ำว่า มีแผนตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งขณะนี้ สทนช.ได้ไปติดตามพื้นที่เฝ้าระวังแล้ว และให้กรมทรัพยากรธรรมชาติ ไปติดตามความแข็งแรงของคันดินกั้นน้ำในพื้นที่ต่างๆ ให้แข็งแรง รวมถึงกำชับให้กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ระบุบ่งชี้ถึงพื้นที่ที่มีปัญหาให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเตรียมการในพื้นที่ได้ แต่ปัญหาจากสภาวะโลกร้อน ก็ทำให้สภาพปัญหาเปลี่ยนแปลงไปด้วย รวมถึงรัฐบาล ยังมีการตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าไว้ที่จังหวัดสุโขทัย และสั่งการให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISDA และกรมชลประทาน จัดเก็บข้อมูลหลังจากนี้ว่า จะต้องดูแลปัญหา และเตรียมการอย่างไรล่วงหน้าได้บ้าง
นายภูมิธรรมยังย้ำถึงสถานการณ์ดินโคลนถล่ม ที่ จ.ภูเก็ต และอุทกภัยที่แพร่ น่าน และพะเยาว่า รัฐบาลได้สั่งการดูแลเรื่องการเยียวยาประชาชนแล้ว รวมถึงการฟื้นฟูสภาพหลังน้ำลด เพื่อไม่ให้กระทบการทำมาหากินของประชาชน และแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้ติดตามราคาสินค้า และสินค้าจำเป็นต่างๆ ไม่ให้ขาดตลาด หรือเกิดการขึ้นราคา ซึ่งหลายจุดที่ประสบภัยอย่างเช่นในจังหวัดน่าน ประชาชนต้องการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และข้าวสารจำนวนมาก รวมถึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตต่อได้



