จิรายุ ห่วง ‘เศรษฐกิจ-ความเชื่อมั่น’ หลัง ‘เพื่อไทย’ ถูกร้องยุบพรรค วอน ให้โอกาสประเทศเดินหน้าก่อน ขอเวลา 4 ปี หากไม่ดีเลือกตั้งใหม่ เผย ‘สุทิน’ ยังทำงานอยู่ หลังเก้าอี้กลาโหมสั่นคลอน ชี้ ไม่ว่าใครจะเป็นยังทำงานแบบไร้รอยต่อ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีผู้ไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เหตุนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีครอบงำพรรค จะกระทบต่อการทำงานของพรรคเพื่อไทยในสภาหรือไม่ ว่า หากมองในมุมของภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศไทยที่ผ่านมา นานาชาติมองว่าการเมืองไทยไม่มั่นคง รัฐบาลไม่แข็งแรงจึงทำให้เกิดการย้ายฐานธุรกิจไปหลายประเทศ ดังนั้น การจะยุบหรือไม่ยุบพรรคนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย แต่หากเกิดการยุบด้วยเงื่อนไขใดก็ตาม ตนในฐานะสมาชิกพรรค ก็ไม่ติดขัดอะไรที่จะดำรงชีวิตกับสิ่งที่เป็นอยู่ และจะเดินหน้าต่อไปเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นายจิรายุกล่าวว่า อยากฝากเรื่องความเชื่อมั่นของประเทศ หากดูจากการโหวต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา วันนั้นหุ้นไทยขึ้นอยู่ในแดนบวกมาโดยตลอด และจะเกิดอะไรขึ้นภาวะเศรษฐกิจของประเทศ อาจจะขับเคลื่อนและเดินหน้าต่อไม่ได้
“ขอให้ประเทศมันเดินหน้าไปสัก 3-4 ปี หาก 4 ปี ไม่ไหว ก็เลือกตั้ง เลือกรัฐบาลใหม่ เลือกพรรคการเมืองใหม่ แต่ถ้าทำดีท่านก็เลือกพรรคเพื่อไทยในอนาคต” นายจิรายุกล่าว
เมื่อถามว่า การยื่นยุบพรรคจะเป็นการล้มพรรคการเมืองคู่แข่งหรือไม่ นายจิรายุกล่าวว่า เรื่องการยุบพรรคเป็นเรื่องที่เกินความคาดเดา และคาดหวังอะไรไม่ได้ แต่หากให้บ้านเมืองเดินหน้า มีภาวะความแข็งแรง ก็ไม่ควรที่จะมีการยุบพรรค

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่จะให้ประเทศไทยเดินหน้าโดยการสร้างความปรองดอง นายจิรายุกล่าวว่า ทุกวันนี้บ้านเมืองถือว่ามีความปรองดองพอสมควร เพียงแต่สถานการณ์ปัจจุบัน ในโลกของประชาธิปไตยที่มีนักร้อง ก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย แต่การไปร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเจตนาพิเศษที่ตั้งเป้าว่าต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ส่วนตัวมองว่าต้องระวัง
ส่วนโผ ครม.แพทองธาร ล่าสุด ที่เก้าอี้ของนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่นิ่งนั้น นายจิรายุระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดบุคลากรได้อย่างดีในการบริหารราชการแผ่นดินมาโดยตลอด ดังนั้นต้องเคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ใครก็ตามที่มาทำงานให้กับรัฐบาลเชื่อว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า หากเก้าอี้กลาโหมไม่ใช่นายสุทิน จะเป็นรอยต่อของยุคหรือไม่ นายจิรายุกล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่านายสุทินจะอยู่หรือจะไป แต่วันนี้นายสุทินยังคงทำงานอยู่ ยังคงเรียกหน่วยงานขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมมาประชุม เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมอยู่ ดังนั้น ท่านจะอยู่หรือจะไป ก็ถือว่ายังทำงานอย่างมีสปิริต ไม่ว่าใครจะมาเป็น เราก็ทำงานแบบไร้รอยต่อ


