‘พิจารณ์’ มอง เป็นเอกสิทธิ์ ‘ปชป.’ เข้าร่วมรัฐบาล สะท้อนความไม่เป็นเอกภาพ ยัน ‘พรรคประชาชน’ พร้อมร่วมกับทุกพรรคในฐานะฝ่ายค้าน มั่นใจ ชนะเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลก ชี้ ยื่นยุบ ‘เพื่อไทย’ เป็นการตอกย้ำว่ารัฐธรรมนูญ 60 มีปัญหา ต้องแก้
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์ จ่อเข้าร่วมรัฐบาล ว่า เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่สิ่งที่ทำให้เห็นคือความไม่มีเสถียรภาพของพรรครัฐบาล ที่เอาแต่เล่นการเมือง ไม่ได้มุ่งสมาธิไปที่การแก้ไขปัญหาของประเทศที่มีปัญหาหลายอย่าง
“เล่นการเมืองกันชิงไหวชิงพริบ ทำให้ความเป็นเอกภาพมันไม่มี จึงต้องเพิ่มเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมการเมือง” นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์กล่าวว่า กรณีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จะมาเป็นพรรคฝ่ายค้านนั้น ตนไม่ทราบว่าจะมาร่วมงานอย่างไร และอาจไม่ใช่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทั้งพรรค อาจเป็นเพียง กลุ่มของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ แต่พรรคประชาชนก็พร้อมทำงานกับทุกพรรคทุกสถานการณ์ทางการเมือง โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนการเล่นการเมืองเอาไว้ทีหลัง
ส่วนศึกสนามเลือกตั้งท้องถิ่น นายกฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จ.ราชบุรี ในวันที่ 1 กันยายน และ เลือกตั้งซ่อม ส.ส.พิษณุโลก ในวันที่ 15 กันยาบย นั้น นายพิจารณ์ กล่าวว่า ถือเป็นสนามที่วัดกระแสนิยมระหว่างพรรคประชาชน กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ครั้งแรกของพรรคประชาชน ถือเป็นบันไดขั้นแรกที่พรรคประชาชนจะต้องยึดพื้นที่ทางการเมืองให้ได้ มั่นใจว่าในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ หากอ้างอิงจากการเลือกตั้งปี 2562 กับปี 2566 ที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสูงสุด
“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า ท่านไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคก้าวไกล ท่านไม่เห็นด้วยกับการที่ ส.ส.ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และเป็นการยืนยันว่า ท่านต้องการเห็นการเมืองแบบพรรคก้าวไกล นำมาสู่พรรคประชาชน ยืนหยัดอยู่ในสนามการเมืองไทย ถ้าต้องการเห็นพรรคฝ่ายค้านเพิ่มที่นั่ง 1 ที่นั่ง เพื่อมีพลังที่เข้มข้นในการตรวจสอบรัฐบาลที่มากขึ้น” นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์ยังกล่าวถึง กรณีที่มีผู้ไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เหตุนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีครอบงำพรรค ว่า เป็นการตอกย้ำการสะท้อนให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหา รวมถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มีปัญหาซึ่งถูกใช้โดยองค์กรอิสระ นำไปเป็นเครื่องมือนิติสงคราม โดยเห็นว่า ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังหารือกันอยู่ในเรื่องนี้ เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่นักการเมืองทุกส่วนจะหารือร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กติกาเป็นธรรมมากขึ้นและเพื่อให้เกิดเกมทางการเมืองนิติสงครามในอนาคต เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้มีสมาธิมุ่งทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

