ไม่ว่าจะยอมรับ ไม่ว่าจะไม่ยอมรับ แต่ก็ต้องยอมรับว่ากรณี”ธรรม กาย” ได้พัฒนากลายเป็นปัญหา”การเมือง”แล้วโดยบริบูรณ์
แม้ในพื้นที่ “คลองหลวง”จะคลาคล่ำด้วย
1 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 เจ้าหน้าที่ทหาร และ 1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
เหมือนกับจะยังเป็นเรื่องของ “คดีความ”
นั่นก็คือ การดำรงจุดมุ่งหมายที่เคยมีตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ว่าเป็นการจับตัว พระเทพญาณมหามุนี(ไชยบูลย์ สุทธิผล)เพื่อนำส่งสำนักงานอัยการสูงสุด
แต่เมื่อมี “มาตรา 44″ อยู่ในมือ
แต่เมื่อมี คำสั่ง”พิเศษ” ให้เจ้าหน้าที่ในองค์การปกครองส่วน ท้องถิ่นบางคนออกนอก “พื้นที่”
ก็แสดงอย่างแจ้งชัดว่าเป็นเรื่อง “การเมือง”
ที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ การปรากฏขึ้นของ”มวลชน”ที่บริเวณประตู 5 ประตู 6 และรวมกันอยู่ที่ตลาดกลาง คลองหลวง
นั่นก็คือ การแสดงตัวของ”น้ำ”ที่จะไหลไปหา”ปลา”
ถามว่าทุกมาตรการอันกำหนดและประกาศ บังคับใช้ตั้งแต่คืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา คืออะไร
คือ การกำหนด “เขตควบคุมพิเศษ”
ถามว่า เป้าหมายอย่างแท้จริงของ “เขตควบคุมพิเศษ” คืออะไร
ตอบได้เลยว่า 1 ควบคุม “พื้นที่”
ขณะเดียวกัน จากการควบคุมพื้นที่ นำไปสู่เป้าหมาย 1 ซึ่งสำคัญ คือ การควบคุม “ประชาชน”
เหมือนที่ทำใน “พื้นที่” 3 จังหวัดชายแดน”ภาคใต้”
เหมือนที่ทำในการกระชับและขอคืนพื้นที่เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
การแยก “มวลชน” ออกจาก”ธรรมกาย”
เป็นไปตามกระบวนการแยก”ปลา”ออกจาก”น้ำ” แยก”เนื้อ” ออกจาก”เลือด”
ถึงที่สุดก็คือ จัดการ”ธรรมกาย”
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ความขัดแย้งในเรื่องของ “คดีความ” ได้พัฒนาและยกระดับกลายเป็นประเด็นทาง “การเมือง”เรียบร้อยไปแล้ว
โดยมี “ดีเอสไอ” เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน
โดยมีกำลังและการสนับสนุนจาก 1 ตำรวจ 1 ทหาร และ 1 ฝ่ายปกครองซึ่งเป็นพลเรือน
เป็นการสนธิ “พลเรือน ตำรวจ ทหาร” พร้อมมูล
ขณะเดียวกัน ทางด้านของ”ธรรมกาย”ก็ไม่ยอมตกอยู่ในสถานะอันเป็นเหมือน “เป้านิ่ง”
หากแต่มี “การเคลื่อนไหว” ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะมองเข้าไปยัง “ภายใน” ไม่ว่าจะมองเข้าไปยัง”ภาย นอก”
“น้ำ” เริ่มไหลไปแวดล้อมอยู่กับ”ปลา”

