หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ชี้ ระ...

บิ๊กตู่ชี้ ระบบตรวจสอบทุจริตยังมีปัญหาอยู่

25.02.17 | 08:54 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ วันนี้มีคณะกรรมการอยู่แล้ว ถือเป็นวาระแห่งชาติ และทำมาต่อเนื่อง วันนี้ก็มีปัญหาอีกมากมาย ยิ่งทำก็ยิ่งเจอ ยิ่งทำก็ยิ่งพบ แต่ไม่ใช่ว่าพบการทุจริตเพิ่มมากขึ้นนะ แต่เป็นพบว่าระบบมันยังมีปัญหาอยู่ การตรวจสอบทุจริตนั้นก็ยังดำเนินการต่อไป ถ้าเจอก็จับ เจอก็ลงโทษ ถ้าทำไม่ได้ก็ทำต่อไปมันไม่มีอะไรที่ทำได้เร็ว มันต้องใช้หลายๆ กลไกด้วยกัน

“แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือระบบ วันนี้ผมก็มาคิดดู ปรึกษากับท่านรองนายกรัฐมนตรีและก็ฝ่ายกฎหมาย ดูว่าจะทำยังไงให้ระบบมันดี ให้มันดีขึ้น มันสามารถที่จะตรวจสอบได้ สามารถที่จะป้องกันการทุจริตได้ ในการทำโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เราก็มี ป.ย.ป.อยู่แล้วล่ะ แล้วก็มี บยศ. (คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์) คือบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ที่มันขับเคลื่อนที่มันติดขัดนะ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะผลักดันกฎหมายเชิงรุก เราก็ป้องกันได้พอสมควร อุดช่องว่างได้พอสมควร แต่ปัญหาอีกอันหนึ่งที่เราเจอกันมานี้ก็คือการทุจริตในระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหลายอย่างมันทำถูกทั้งหมด แต่ที่ผิดมันผิดนอกระบบ มันไม่ผิดก่อนเข้ามาในกระบวนการ เช่น การสมยอมราคา (การฮั้วประมูล), การกำหนดราคากลางที่ไม่เป็นมาตรฐาน, การกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ที่ไม่ชัดเจน-ล็อกสเปก หรือการจัดซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย เหล่านี้เป็นต้น 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ระบบเหล่านี้ได้แก้ไขไปตามลำดับ ได้มีการพัฒนาระบบการจัดซื้อภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ซึ่งมีกำหนดแนวทางการจัดหาพัสดุ ด้วยวิธี “ตลาดอิเล็กทรอนิกส์” (e-Market) และด้วยวิธี “ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์” (e-Bidding) ทำให้เราสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ราว 70,000 ล้านบาทนะครับ ที่ผ่านมา อย่าหาว่าเราไม่ได้แก้ไขนะ นี้ได้เงินคืนมา 7 หมื่นกว่าล้าน ทั้งนี้การจัดทำข้อตกลงคุณธรรมใน 35 โครงการ ช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า 2,000 ล้านบาท และได้กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างภาครัฐ ที่เรียกว่า CoST ของประเทศอังกฤษเข้ามาใช้ด้วย เพื่อเกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ปัจจุบันมี 7 โครงการ วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท รวมทั้งมีการผลักดันพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐเพื่อจะให้มีผลบังคับใช้ต่อไปด้วย

โดยในอนาคตอันใกล้นี้ผมจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับในเรื่องของการเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นแบบ Local Bidding หรือแบบ International Bidding ให้มีความชัดเจนขึ้น เช่น โครงการก่อสร้างที่สูงกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ผมจะแต่งตั้ง Super Board เป็นคณะกรรมการเพื่อจะกำกับดูแลในเรื่องนี้ ให้มีการสอบทานกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ที่ทำแล้วยังไม่จบจะต้องเข้าไปตรวจสอบ อันที่จะทำใหม่ก็ต้องเข้าไปดูแลได้ ทั้งราคากลาง งานก่อสร้างของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อีกชั้นหนึ่งในทุกขั้นตอนที่มีข้อสงสัย ถ้ามันสงสัยตรงไหนก็แก้ไขตรงนั้น ถ้ามันผิดทุจริตก็ส่งดำเนินคดีไป ไม่งั้นมันก็ติดไปหมดแหละ ทำเสร็จไปแล้วก็ทุจริตแล้วก็หาหลักฐานไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็คิดแล้วคิดอีก ก็หารือร่วมกันกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ทั้งฝ่ายกฎหมายด้วยอะไรด้วย และหลายๆ ท่าน ก็ได้คำตอบมาว่าเราต้องปรับปรุงตรงนี้ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ-องค์กรวิชาชีพ-นักวิชาการ-และผู้ทรงคุณวุฒิ

Advertisement

“ผมก็ได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.), ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอายุความในคดีทุจริต โดยให้เริ่มนับตั้งแต่เมื่อปรากฏหลักฐานการทุจริต ไม่ใช่นับจากวันที่กระทำผิด ก็ไปดูซิว่าทำได้ไหม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว