‘ประธานสภา’ ไฟเขียว ‘พริษฐ์’ ขอถอนแก้ รธน.ยกเลิก ม.272 เหตุมาตราดังกล่าวสิ้นสภาพไปแล้ว หวังอนาคต ไม่มีใครดึงคนไม่ได้มาจากประชาชนร่วมโหวตนายกฯ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ในการประชุมร่วมของรัฐสภา มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่… พ.ศ. … ยกเลิกมาตรา 272 ที่นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับคณะเป็นผู้เสนอ
โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ขอเป็นตัวแทนของนายชัยธวัช ในการชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะนายชัยธวัช ไม่มีโอกาสมาชี้แจงเอง ว่าเราได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.66 โดยเป็นการยกเลิกมาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นมาตราที่ให้อำนาจของ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งมาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี กับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความพยายาม ณ เวลานั้นในการทำให้การเลือกนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.66 เป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยแบบปกติตามระบบรัฐสภา นั่นคือใครก็ตามที่สามารถรวบรวมเสียงของ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็จะมีสิทธิในการตั้งรัฐบาล แล้วมีบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกฯ
“ถ้านับจากวันที่เราเสนอร่าง มาถึงวันนี้ นับเป็นเวลา 414 วัน ล่วงเลยเวลามายาวนานพอสมควร เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยหรือไม่ คงต้องให้ประชาชนเป็นผู้วินิจฉัย แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือมาตรา 272 ในเมื่ออยู่ในบทเฉพาะกาล ได้หมดอายุและสิ้นสภาพไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเพื่อประหยัดเวลาของที่ประชุมรัฐสภา ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับข้อที่ 37 ในการถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ออกจากระเบียบวาระ” นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสังเกตพ่วงไปด้วย 2 ข้อ คือ 1.ถึงแม้ว่ามาตรา 272 จะสิ้นสภาพแล้ว ตนก็หวังว่าจะไม่มีใครๆ อนาคตที่จะเสนอแก้รัฐธรรมนูญใดๆ ที่ทำให้ใครก็ตามที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีอำนาจในการมาร่วมเลือกนายกฯ ซึ่งขัดกับหลักประชาธิปไตยสากล และ 2.ต้องยอมรับว่าถึงแม้มาตรา 272 จะสิ้นสภาพแล้ว แต่รัฐธรรมนูญ 60 ยังมีปัญหาอยู่อีกหลายจุดที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานประชาธิปไตยสากล และนำมาสู่ปัญหาทางการเมืองที่เราเห็นกันอยู่หลายเรื่องในปัจจุบัน ซึ่งการจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และถ้าเราย้อนไปดูนับตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้งรัฐบาลชุดแรกหลังจากการเลือกตั้ง และมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เรามีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นถ้าเราอยากจะเดินหน้าในการแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา พวกเราต้องประชุมรัฐสภาบ่อยขึ้น
ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เมื่อไม่มีผู้ใดขัดข้องตามที่นายพริษฐ์ขอถอนถือว่าที่ประชุมรัฐสภาอนุญาตให้ถอนเรื่องดังกล่าวออกไปได้

