หน้าแรก การเมือง ‘ชัยชนะ’ ป้อง...

‘ชัยชนะ’ ป้อง ‘3 ผู้เฒ่าปชป.’ ลั่นเป็นไม้บรรทัดเหล็ก สอน ‘ก่อแก้ว’ ต้องมีมารยาทที่ดี

29.08.24 | 11:15 น.

‘ชัยชนะ’ ป้อง ‘3 ผู้เฒ่าปชป.’ ลั่นเป็นไม้บรรทัดเหล็ก สอน ‘ก่อแก้ว’ ต้องมีมารยาทที่ดี 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ออกมาระบุว่านายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. เป็นไม้แก่ดัดยาก ว่า จริงๆ แล้วตอนสัมภาษณ์แรกๆ นายก่อแก้วก็พูดดี โดยระบุว่าพรรค ปชป.เป็นยุคผลัดใบ มีการทำงานบูรณาการรูปแบบใหม่ แต่การจะมาพาดพิงบุคคลในพรรค ปชป. เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง การจะบอกว่ามีมารยาทในการร่วมรัฐบาลกัน คือเราต้องไม่วิจารณ์กัน เพราะทั้ง 3 คน เป็นคนที่พรรค ปชป.ให้ความเคารพ และที่บอกว่าเป็นไม้แก่ดัดยากนั้น จริงๆ ทั้ง 3 คนเป็นไม้บรรทัดเหล็ก ที่มีความเที่ยงตรงในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงอยากฝากบอกนายก่อแก้วว่า การจะมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงบุคคลภายในพรรคการเมืองอื่น ต้องทบทวนและรู้จักมารยาทก่อน รวมถึงต้องศึกษาบุคคลเหล่านั้นให้ดีก่อน ก่อนที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อถามว่า จะเป็นผลกระทบต่อการทำงานพรรค พท.กับพรรค ปชป. ในอนาคตหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ตนมองว่าไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อเขาเทียบเชิญมา เราก็จะมีการประชุมวันนี้ ฉะนั้น การที่จะอยู่ด้วยกัน ต้องทำความเข้าใจกัน และต้องยอมรับพรรค ปชป.เรามีหลากหลายความเห็น เมื่อมีมติออกมาเช่นไร เราก็ยึดมติของพรรคเป็นหลัก และตนคิดว่าการทำงานร่วมกันในวันข้างหน้าไม่ยาก แต่วันนี้ต้องทำความเข้าใจกันในบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจกัน

เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจกับคนที่เห็นต่างอย่างไรบ้าง นายชัยชนะกล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งที่พิสูจน์ได้ในอนาคต สิ่งที่สำคัญเหนือคำพูดคือการกระทำ และบุคคลที่จะเห็นด้วยในการร่วมรัฐบาลก็จะไม่ค่อยออกมาพูดอะไรมาก เพราะคิดว่าสิ่งที่เดินหน้าไปข้างหน้า และประเทศต้องเดินหน้าไปด้วยปราศจากความขัดแย้ง เพราะทุกฝ่ายก็เรียกร้องว่าประเทศต้องหมดความขัดแย้ง ซึ่งหากเรายังยึดติด ยืนอยู่กับความขัดแย้งในอดีต ประเทศก็จะเดินหน้าไม่ได้

“ผมคิดว่าวันนี้อย่าพูดเรื่องสีเสื้อเลยว่าสีนั้นผสมกับสีนี้ สีนี้ผสมกับสีนั้น วันที่คุณผสมกันเองเรายังไม่พูด แต่วันนี้เมื่อประชาธิปัตย์ได้รับการเทียบเชิญ และจะมีการถามมติ กลับมาบอกว่าประชาธิปัตย์มีปัญหาและลืมอุดมการณ์หรือไม่ ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็ร่วมกับพรรคการเมืองหนึ่งเหมือนกัน จัดตั้งกับพรรคการเมืองหนึ่งเหมือนกันทำไมถึงไม่พูด วันที่เลือกตั้งเสร็จวันแรก แล้วร่วมกับพรรคการเมืองไหน แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จหลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยก็ร่วมกับพรรคการเมืองอื่น การจัดตั้งรัฐบาลไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนั้น สูตรสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่มี วันนี้ในฐานะที่ผมเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องหันหน้าเข้าหากันและสร้างการเมืองแบบสร้างสรรค์ และเดินหน้าประเทศไทยที่มีความยั่งยืน” นายชัยชนะกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า ที่ประชุมพรรคในวันนี้จะสามารถลุล่วงไปได้ดีหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องรอให้ถึงเวลาที่จะมีการประชุม และดูว่ามีการซักถามประเด็นอะไรหรือไม่ แต่ตนไม่สามารถตอบได้ว่าจะลุล่วงและเรียบร้อยไปได้ด้วยดีหรือไม่ เพราะการประชุมพรรค ปชป.ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่า เราเป็นสถาบันไม่มีใครเป็นเจ้าของต้องมีหลากหลายความเห็น และความเห็นสุดท้ายก็ต้องจบด้วยการโหวต ย้อนกลับไปตอนร่วมรัฐบาลในปี 2562 วันนั้นก็มี 2 ความเห็นเหมือนกัน สุดท้ายก็มีการโหวตและเห็นว่าร่วมรัฐบาล บางคนโหวตไม่ร่วมรัฐบาลแต่เมื่อร่วมรัฐบาลก็เป็นรัฐมนตรี ก็เป็นปกติของพรรค ปชป.

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการแบ่งเป็น 21 เสียงกับ 4 เสียง จะกำหนดอะไรหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า อย่าไปมองว่า ปชป.มี 21 เสียง เรามี 25 เสียง ซึ่งการโหวตในพรรคอาจจะเห็นไม่ตามกัน แต่มติพรรคออกมาก็เห็นตรงกัน เช่น การโหวต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไปในทางเดียวกัน เราก็งดออกเสียงทั้งหมด ตนคิดว่าพรรค ปชป.จะกลับมาเป็นพรรคที่คนเชื่อมั่นได้ ประเด็นแรกเราต้องมีความสามัคคี ความเป็นเอกภาพในพรรคก่อน ซึ่งในส่วนนี้จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้

นายชัยชนะกล่าวด้วยว่า ตนก็เป็นหนึ่งคนที่อาจจะเห็นต่างกับหลายคนในบางครั้ง แต่เมื่อไหร่ที่มีคนมาตำหนิคนในพรรค ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ยอมรับไม่ได้ หากตำหนิและมีเหตุผลแล้ว นำเสนอเป็นข้อเท็จจริง ตนก็ยอมรับ หากคนไหนผิดเราก็ไม่ไปยกยอหรือเข้าข้างอยู่แล้ว แต่ใครที่ไม่ได้มีการกระทำความผิดแล้วมาตำหนิว่าบาป ตนรับไม่ได้

เมื่อถามถึง กรณีที่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา นายชวนออกมาระบุว่ามีการแสวงหาผลประโยชน์ภายในพรรคหมายถึงใคร นายชัยชนะกล่าวว่า ขอไม่ให้ความเห็นในประเด็นนี้ ต้องไปถามจากนายชวนเอง เพราะท่านเองก็เป็นผู้ใหญ่ในพรรค

เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการถกเถียงกันยาว และจะนำไปสู่การเกิดแรงกระเพื่อมรอบใหม่ในพรรคหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า หากจบเร็วไม่ใช่ ปชป. หากวันนี้จะมองว่าเรามีความขัดแย้งกับพรรค พท. นั่นเป็นการต่อสู้กันในอดีต แต่วันนี้สถานการณ์การต่อสู้เปลี่ยนไปแล้ว ตนคิดว่านับหนึ่งประเทศไทย เดินหน้าต่อไป แล้วประเทศก็จะแข็งแรงเข้มแข็ง แต่สมมุติวันนี้รัฐบาลนี้ บริหารแล้วใน 6 เดือน แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ปัญหาปากท้องของประชาชนยังไม่ดี สุดท้ายแล้วประชาชนก็ให้คำตอบอยู่แล้ว นักการเมืองทุกคนไม่มีใครนอน นอนหลับวันนี้แล้วฝันว่าจะเป็นนั่นเป็นนี่ได้ สุดท้ายอยู่ที่ฉันทามติของประชาชน ว่าจะเลือกใครเข้ามาทำงาน

นายชัยชนะกล่าวด้วยว่า ฉะนั้น คิดว่าผลงานในการทำงานรัฐบาลก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เศรษฐกิจที่กำลังขาลงอยู่สามารถแก้ไขได้จริงหรือไม่ สิ่งที่เคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ สามารถแก้ไขได้หรือไม่ วันนี้หาก ปชป.ร่วมรัฐบาลเราก็ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องทำอะไรในนโยบายของเราได้บ้าง และอย่างหนึ่งที่ต้องเสนออยู่แล้วคือ การแก้ปัญหาสินค้าการเกษตร การพัฒนาภาคใต้

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านได้บอกลาพรรคประชาชนแล้วหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า การเมืองไม่ใช่การจากลา วันนี้เป็นรัฐบาลพรุ่งนี้เป็นฝ่ายค้าน วันนี้เป็นฝ่ายค้านพรุ่งนี้เป็นรัฐบาล ตนคิดว่าทุกพรรคก็อยากเป็นรัฐบาลทั้งหมด หากพรรคไหนบอกว่าไม่เป็นรัฐบาล ทำไมตอนแรกจึงเร่งจัดตั้งมีการเสนอชื่อถึงสองครั้ง แต่วันนี้การเมืองต้องเอาข้อเท็จจริงมา ตนคิดว่าหากเราการเมืองสร้างสรรค์จริงๆ อย่าชิงความได้เปรียบ อย่าตีกิน ขอให้เอาความจริงมาพูดซึ่งกันและกัน

เมื่อถามว่า จะมีการประชุมถึงวาระเก้าอี้ของรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ในระเบียบวาระการประชุมมีครบ ซึ่งหากมติการร่วมรัฐบาลผ่าน ก็จะเสนอพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีการแซวว่า ปีที่แล้วนายชัยชนะยังไปที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 แต่รอบนี้มาร่วมรัฐบาลแล้ว นายชัยชนะกล่าวว่า ตนคิดว่าคนละบทบาทหน้าที่กัน ซึ่งในส่วนที่ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร สิ่งไหนที่สังคมสงสัย เคลือบแคลง ตนก็ต้องไปหาข้อเท็จจริง

นายชัยชนะกล่าวอีกว่า วันนี้หากตนอยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว หากรัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้อง ตนก็ต้องชี้แนะหรือแนะนำ ไม่ใช่การอยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว จะตาบอด หูหนวก ฟังอะไรไม่ได้ สิ่งไหนผิดก็ต้องผิด สิ่งไหนถูกก็ต้องถูก หากพรรค ปชป. ผิด พรรค พท.ก็สามารถแนะนำได้ อย่ามองว่าปีที่แล้ว ตนไปทำงานอีกแบบแล้ววันนี้มาร่วมรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้นพรรคการเมืองบางพรรคเคยทำรัฐประหาร ปฏิวัติ แล้ววันนี้มาร่วมรัฐบาล ในครั้งก่อนทำไมจึงไม่ถาม