ขู่กลับ! ‘ไพบูลย์’ ยกกม.-คำวินิจฉัยศาลรธน.บีบ ‘นายกฯอิ๊งค์’ ผิดคำมั่นหักพปชร.เขี่ยพ้นรัฐบาล ชี้ เสี่ยงขาดคุณสมบัติ เหตุ ไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซัด เพื่อไทย ดูบ้านตัวเองก่อน อุบตอบคลิป ‘บ้านจันทร์’ เรียกรมต. พบ ลั่น ไม่คิดขับ ‘ธรรมนัส’ เพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
เมื่อเวลา 10.19 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค แถลงผลประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (กก.บห.) ว่า ที่ประชุมรับทราบมติพรรคเพื่อไทยไม่ให้พรรค พปชร.ร่วมรัฐบาล โดยตนได้แจ้งเพิ่มเติมว่าเรื่องของพรรค พปชร.ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย แต่เกี่ยวโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯเคยมีสัญญาประชาคมหรือข้อตกลง ที่เสมือนเป็นคำมั่นกับพรรค พปชร. แสดงออกต่อสาธารณะว่าจะให้พรรค พปชร.ลงมติเห็นชอบให้ตัวเป็นนายกฯแล้วจะให้ พปชร.มีที่นั่งในคณะรัฐมนตรีตามสัดส่วนเดิม และพรรค พปชร.ได้ให้ ส.ส.ไปลงมติสนับสนุนให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯคนที่ 31 คน เว้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่ติดภารกิจไม่สามารถไปร่วมออกเสียงได้ แสดงว่าพรรค พปชร.ได้ทำตามคำมั่นแล้ว ดังนั้นนายกฯควรต้องทำตามคำมั่นที่ให้ไว้เช่นกัน
นายไพบูลย์กล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 บัญญัติว่า บุคคลออกโฆษณาให้คำมั่นว่าจะให้รางวัลแก่ผู้ซึ่งกระทำการอันใด ก็จำต้องให้รางวัลใดๆ ผู้ได้กระทำการอันนั้น ถึงแม้ไม่ใช่ว่าผู้นั้นจะกระทำการโดยเห็นแก่รางวัล
“ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การกดดันเป็นเพียงการพูดข้อกฎหมาย ในกรณีของนายกฯที่ได้ให้คำมั่นกับพรรค พปชร.และในครั้งหลังสุดนายกฯได้ออกมายืนยันว่าพรรค พปชร.เป็นพรรครวมรัฐบาล จึงถือว่าครบสมบูรณ์ตามหลักการของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์” นายไพบูลย์กล่าว
นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับพรรค พปชร.สบายมาก หัวหน้าพรรคมีความสุขมีความเข้มแข็งและแน่วแน่ที่จะดูแล พปชร.ในฐานะหัวหน้าพรรคไปตลอด จนกว่าจะไม่ไหว ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นหากเป็นไปตามนั้นก็ถือว่าเฉยๆ และที่ประชุมไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้เพราะไม่ถือว่าต้องเป็นห่วง แต่คนที่ควรเป็นห่วงคือนายกฯคนปัจจุบันมากกว่า เพราะการที่ให้คำมั่นสัญญาครบถ้วนสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามคำมั่น วิญญูชนโดยทั่วไปก็จะว่าได้ว่านายกฯขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ดังนั้นสื่อมวลชนควรเป็นห่วงนายกฯเพราะหลักการมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ถือมีความสำคัญ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2567 บอกว่าการพิจารณาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตามคำปรารภที่รัฐธรรมนูญวางไว้กลไกป้องกันตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบที่เข้มงวดเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ
นายไพบูลย์กล่าวว่า การที่ผู้ถูกฟ้องที่ 1 รู้ หรือควรรู้ข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับพฤติการณ์ต่างๆ ของผู้ถูกร้องที่สองแต่ยังเสนอแต่งตั้งผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกฟ้องที่หนึ่งซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีคนที่แล้ว ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 วงเล็บ 4 และศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาต่อไปว่าเมื่อขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมในหมวดหนึ่งข้อแปดที่บัญญัติว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้นศาลจึงมีเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องที่ 1 นายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เนื่องจากไม่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงอันมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ตนตามหลักวิชาการเท่านั้น
นายไพบูลย์กล่าวว่า ในอนาคต แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาลและต้องกลายเป็นฝ่ายค้านก็จะไม่มีการยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี เพราะ พปชร.เป็นพรรคผู้ใหญ่ไม่ไปทำอะไรอย่างนั้น เพียงแค่ต้องการบอกว่าเป็นเรื่องของคำมั่น ซึ่งไม่ต้องมีสัญญาหรือลงลายมือชื่อ เพราะเป็นเรื่องของการแสดงเจตนา จึงอยากถามกับนายกรัฐมนตรี ว่ามีคำมั่นแล้วไม่ปฏิบัติตามก็จะกลายเป็นข้อครหา ศาลรัฐธรรมนูญได้วางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจน ซึ่ง พปชร.ไม่ได้หวังจะให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เมื่อทำแล้วก็ทำต่อไปให้มันจบ ในส่วน พปชร.มีความมั่นคง และพร้อมทำทุกหน้าที่ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน และขอฝากไปถึงพรรคเพื่อไทยว่า เราไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับพรรคท่าน ท่านไม่ต้องมามีมติเรื่องอะไรกับเรากับนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีกระข่าวว่าคนบ้านป่ามีคลิปวิดีโอของคนบ้านจันทร์ส่องหล้า เรียกรัฐมนตรีหารือในวันที่นายเศรษฐา ทวีสิน หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่ทราบ ต่อให้รู้ก็ไม่รู้จะพูดทำไม เมื่อถามย้ำว่าหากมีคลิปจริง จะเป็นไม้เด็ดเรื่องของครอบงำพรรคหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีเพียงเท่านี้ วันนี้ต้องการจะบอกว่าให้สื่อมวลชนไปห่วงนายกฯ ไม่จำเป็นต้องห่วงพรรค พปชร.เราสบายมาก หัวหน้าพรรคอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ที่ห่วงคือสถานะของรัฐบาลหากเริ่มต้นอย่างนี้จะอยู่ไปได้นานสักเท่าไหร่ ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วว่าจะมีชื่อ พปชร.ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ยิ่งไม่มีชื่อจะกลายเป็นเรื่องดี ขอแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ทำตามคำมั่น และ ส.ส.ก็จะมีความสุข ทำงานอย่างเป็นอิสระไม่มีข้อจำกัดอะไร การต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นเพียงระเบียบของสภาที่กำหนดว่าเมื่อไม่มีนายกฯอยู่ก็ต้องเป็นฝ่ายค้านแต่ในการทำงานจริง เราทำตามอุดมการณ์ของตัวเองเหมือนเดิม หากต้องไปเป็นรัฐบาลร่วมกับนายกฯที่ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นก็เสียชื่อ ส่วนพรรคประชาชนอาจมองเราในด้านไม่ดี ตนไม่อยากไปวิจารณ์
เมื่อถามว่าพรรคจะขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว พปชร.ไม่อยากให้ใครมาเกี่ยว และพรรคจะไม่มีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส ออกจากพรรคเพราะเป็นครอบครัว ใครจะขับคนในครอบครัวตัวเอง เรามีความสุขที่จะอยู่ด้วยกัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐยังกินข้าวด้วยกันมีความสุขปกติเป็นหนึ่งเดียวกันหมด ไม่รู้ทำไมคนนอกชอบมองยังไงประสงค์ร้ายกับเราหรือไม่

