อดีตกกต. ชี้ข้อบังคับพปชร. มีโทษที่พรรคอื่นไม่มี เตือนพวกสวนมติ เสี่ยงโทษหนัก ชงชื่อพ่อ-น้อง เป็นรมต.แทน
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ โดยระบุว่า ขว้างงูไม่พ้นคอ
ไม่รู้ใครเขียนข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พรรคอื่นอาจไม่มีสิ่งนี้ในข้อบังคับพรรค แต่พรรคพลังประชารัฐมี และมีเต็มๆ ครบทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร
ในข้อบังคับพลังประชารัฐ หมวด 8 มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง ได้นำเนื้อหามาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ที่มีผลใช้บังคับกับ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี มาใช้แบบครบถ้วนไม่ตกหล่นแม้แต่ตัวอักษรเดียว
แปลว่า อะไรที่บังคับกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี ก็มีบังคับใช้กับกรรมการบริหารพรรครวมไปถึงระดับสมาชิกพรรคด้วย
มาตรฐานนี้ คือ มาตรฐานที่เคยเอา ส.ส. รัฐมนตรี จนถึงนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งมาแล้ว
ข้อ 61 ของข้อบังคับพรรค เป็นมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ ระบุว่า สมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค “ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่น …..“
ในข้อ 78 ระบุว่า การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง
ตามด้วยข้อ 79 ที่ว่า การดำเนินการแก่บุคคลที่กระทำการฝ่าฝืนให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย
การนำชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารไม่ได้มีมติเสนอเป็นรัฐมนตรีไปเสนอต่อพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลโดยใช้จำนวนเสียง ส.ส.ในกลุ่มของตนไปแลกเปลี่ยน แม้ว่าจะไม่ใช่ชื่อของตนเองในฐานะสมาชิกพรรค หากแต่เป็นชื่อน้อง ชื่อบิดา ชื่อหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นที่มีความเชื่อมโยงถึง ก็ไม่อาจพ้นผิดได้
เพราะในข้อ 61 ของข้อบังคับพรรคเขียนไว้ชัดว่า เพื่อตนเองหรือ “ผู้อื่น” ด้วย
ส่วนที่เขียนว่า ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญหรือ กฎหมาย ต่อไป นั่นคงหมายความว่า ไม่เพียงแค่มีมติขับออกด้วยข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ยังจะมีการดำเนินการในเรื่องจริยธรรมต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งมีผลถึงการถอดถอนและตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
ใครนะ ช่างรอบคอบในการเขียนข้อบังคับ ราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า



