หน้าแรก การเมือง ผลเลือกตั้ง น...

ผลเลือกตั้ง นายก อบจ.ราชบุรี นับครบแล้ว 100% ‘กำนันตุ้ย’ รักษาแชมป์ นำหวุนกว่า 6.6 หมื่นคะแนน

2.09.24 | 09:28 น.

นับครบแล้ว 100% ผลเลือกตั้ง นายก อบจ.ราชบุรี กำนันตุ้ย รักษาแชมป์ นำหวุนกว่า 6.6 หมื่นคะแนน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ราชบุรี ภายหลังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ได้ประกาศปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ก็เริ่มมีการนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครในครั้งนี้มีเพียง 2 คน คือ

  • นายชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ หรือ หวุน จากพรรคประชาชน เบอร์ 1
  • นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา หรือ กำนันตุ้ย อดีตนายก อบจ.ราชบุรี เบอร์ 2

หลังจากนับคะแนนครบ 100% แล้ว ผลปรากฏว่า นายวิวัฒน์ หรือกำนันตุ้ย ได้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จำนวน 242,297 คะแนน ส่วนนายชัยรัตน์ ได้คะแนน 175,353 คะแนน ห่างกัน 66,944 คะแนน

บรรยากาศบริเวณอาคารชั้น 2 สนามฟุตบอลดราก้อน โซลาร์ พาร์ค สเตเดียม ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี เต็มไปด้วยประชาชนที่มารอแสดงความยินดีกับนายวิวัฒน์เป็นจำนวนมาก อาทิ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม ส.ส.ในจังหวัดราชบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ อีกทั้งมีนักการเมืองท้องถิ่น และประชาชนที่ให้การสนับสนุนนายวิวัฒน์กันจนแน่นอาคารสนามบอล

หลังจากทราบผลคะแนน นายวิวัฒน์ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนชาว จ.ราชบุรี มอบให้ พร้อมกล่าวว่า จากนี้จะเดินหน้าทำงานให้กับประชาชน สานงานต่อ ก่องานใหม่ จากที่เคยทำมาแล้ว และทำต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่ประชาชนนั้นเทคะแนนให้ก็เพราะตนเองนั้นเป็นคนพื้นที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านมาโดยตลอด และชาวบ้านก็เห็นผลงานที่ตนทำไว้ในช่วงที่เป็นนายก อบจ. การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องของคนท้องถิ่น ก็ต้องให้คนท้องถิ่นได้พบปะและหาเสียงกันเอง

ส่วนนายชัยรัตน์ พร้อมด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ ซึ่งเกินกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ นอกจากนี้ด้วยเวลาในการหาเสียงที่น้อย จึงทำให้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ยังเข้าไม่ถึงประชาชนบางกลุ่ม แต่การพ่ายแพ้ในครั้งก็จะต้องนำไปถอดบทเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งในวาระต่อไป

ชัยรัตน์ กล่าวว่า แม้ว่าจะยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ คะแนนที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แสดงให้เห็นว่าการทำงานในปีที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเปิดใจให้พวกเรามากขึ้น แสดงถึงความคิดของคนที่เห็นด้วยกับนโยบายของเรา ถึงแม้วันนี้จะยังไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่พรุ่งนี้ก็จะยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อทำนโยบายที่จะพัฒนาจังหวัดราชบุรีต่อไป ในขณะนี้ขอขอบคุณทีมงาน ไม่ว่าพรรคประชาชนที่เป็น ส.ส แกนนำ อดีตหัวหน้าพรรค และหัวหน้าพรรคปัจจุบัน โดยเฉพาะทีมอาสาสมัคร ที่เป็นเครือข่าย ของพรรคประชาชนที่ทำงานในพื้นที่มาตลอด หวังว่าการทำงานอย่างมุ่งมั่นในการรับใช้พี่น้องราชบุรี จะทำให้พี่น้องเปิดใจรับ และให้โอกาสเราในอนาคตมากขึ้น และยังหวังว่าในอนาคตจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งจังหวัดราชบุรี

เมื่อถามว่ามีการถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การแข่งขันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องกระดูกคนละเบอร์ เพราะทุกสนามเลือกตั้ง ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ และพรรคประชาชนเชื่อว่าทุกนโยบายที่หาเสียงไว้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้นเกิดจากหลายปัจจัย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเสียงของประชาชน ทุกพรรคการเมือง รวมถึงพรรคประชาชน ต้องร่วมกันออกแบบระบบเลือกตั้ง ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิ ใช้เสียงได้ดีที่สุด เพราะยิ่งประชาชนออกมาใช้สิทธิมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ตัวแทน ที่สะท้อนนโยบายซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนมากเท่านั้น ซึ่งขณะนี้พรรคประชาชน อยู่ระหว่างการศึกษา การปรับปรุง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เพราะมองว่า ทุกพรรคการเมือง และระบบการเมืองของประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

ด้านนายศรายุทธิ์ กล่าวว่า สนามการเมืองท้องถิ่นนั้น แตกต่างกับการเลือกตั้งระดับชาติ เพราะสนามการเมืองระดับชาติความหวังของประชาชนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกตั้งทั้งประเทศจะทำให้ประชาชนนั้นมีส่วนร่วม แต่การเมืองท้องถิ่นจะต้องสร้างนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนให้ได้ และต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น แต่ด้วยเวลาที่จำกัดในการทำงาน จึงยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนไว้ใจได้ในช่วง 45 วันที่ผ่านมา รวมทั้งการเปลี่ยนใจประชาชน ที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าสามารถทำได้ต้องใช้เวลา ฉะนั้นการเลือกตั้งในครั้งนี้เวลาจึงน้อยเกินไป มั่นใจว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเลือกในปลายปีนี้ จะมีนายก อบจ.ในนามพรรคประชาชน ชนะการเลือกตั้งแน่นอน ส่วนจะเป็นจังหวัดไหนขอให้รอดูอีกครั้ง เพราะในแต่ละจังหวัดได้มีการประเมินความพร้อมไว้แล้ว เพราะยังมีอีกหลายจังหวัดที่มีเวลาในการเตรียมตัว