“เลขาฯ กฤษฎีกา” เผย ส่งความเห็นคุณสมบัติ รมต. ให้ สลค.เรียบร้อยแล้ว ตามที่ถาม 10 กว่าประเด็น ไม่เจาะจงรายตัว ย้ำ ใช้ประกอบดุลพินิจนายกฯ ไม่ชี้ถูกผิด
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 3 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่า ขณะนี้ทางกฤษฎีกาได้มีการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ส่งเรื่องมายังคณะกรรมการกฤษฎีกา และมีการตั้งประเด็นคำถามเกี่ยวกับลักษณะผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ของพนักงานอัยการ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอยู่ระหว่างการเตรียมคำฟ้อง จะมีการวินิจฉัยอย่างไร และขัดหรือไม่ขัด ซึ่งทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการให้ความเห็นตามประเด็นที่ถามมาประมาณ 10 กว่าประเด็น ในภาพรวม แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบเป็นรายบุคคล เนื่องจากตนไม่ได้เห็นรายชื่อเป็นรายบุคคล และไม่ทราบว่ามีทั้งหมดกี่ราย
นายปกรณ์กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาดูเพียงประเด็นที่สอบถามมาเท่านั้น ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด เนื่องจากหากจะลงรายละเอียดจะต้องดูข้อเท็จจริงเยอะ ทั้งนี้ กรณีที่มีการร้องเรียนไปยังคณะ ป.ป.ช.แล้วและอยู่ระหว่างการไต่สวน ยังไม่ได้มีการชี้มูล เราก็ไปตัดสินว่าเขาผิดไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ขนาดนั้น ถือเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการถูกกล่าวหา จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ว่ามีการกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกฤษฎีกาได้แนะนำกลับไปว่า จะต้องมีการดูรายละเอียดเป็นกรณีไป
เมื่อถามว่า หากตรวจสอบเป็นประเด็นแต่ไม่ได้ตรวจสอบรายบุคคล จะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตหรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกากล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกามีหน้าที่เพียงให้ความเห็นประกอบการดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี ส่วนอำนาจในการตัดสินวินิจฉัยเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การถูกร้องไปที่ ป.ป.ช.แล้วจะเหมารวมว่ามีมลทินก็ไม่แฟร์กับผู้ที่ถูกร้อง เพราะบางเรื่อง ป.ป.ช.ก็ไม่ได้มีการชี้มูล จึงต้องดูรายละเอียดเป็นกรณีไป ซึ่งกระบวนการร้องเรียนในประเทศไทยทำได้ง่าย ร้องเรียนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลจึงจะเป็นข้อยุติ
เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีปัญหาเหมือนกรณีของนายพิชิต ชื่นบาน ใช่หรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกากล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล
“การบริหารราชการแผ่นดิน ยึดความซื่อสัตย์สุจริตในส่วนของเรา คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ถ้าเราสุจริตจริงก็ไม่มีปัญหา” เลขาฯ กฤษฎีกากล่าว

