หน้าแรก การเมือง โรม ตั้งฉายา ...

โรม ตั้งฉายา ครม.โควต้าครอบครัว อัดเก้าอี้ดนตรี เป็นส่วนผสมที่ไม่ตอบโจทย์วิกฤตชาติ

4.09.24 | 17:00 น.

‘โรม’ ตั้งฉายารัฐบาลใหม่ เป็น ‘ครม.โควต้าครอบครัว’ เหน็บ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่รู้นายกฯหรือเปล่า ซัดเก้าอี้ดนตรี เป็นกันไม่ได้ ก็เอา ลูก-พ่อ-น้อง-เพื่อน มาเป็น ส่วนตัวจริงอยู่เงามืดหลังฉาก ไม่ตอบโจทย์วิกฤตชาติ มองหน้าตาก๊อบวาง ‘รัฐบาลเศรษฐา’ มองแถลงนโยบาย ไม่ต้องจริงจังก็ได้ เพราะ 22 สิงหา มีคนแถลงไปหมดแล้ว

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงหน้าตาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “แพทองธาร 1” ว่า เป็น “ครม.โควต้าครอบครัว” ที่เราจะเห็นว่า เมื่อลูกเป็นไม่ได้ ก็ให้พ่อมาเป็น เอาน้อง เอาเพื่อน มาเป็น ซึ่งยอมรับว่าเมื่อพูดถึงการเมือง เราก็อยากได้คนที่มีความสามารถตรงกับเรื่องนั้น เมื่อเจอเรื่องจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ที่เป็นการตีความอย่างกว้างของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้สุดท้ายกลายเป็น ครม.เก้าอี้ดนตรี หมุนเวียนกันไป ทำให้ตนไม่มั่นใจว่า คนที่มานั่งเป็นรัฐมนตรี เป็นตัวจริงหรือไม่ หรือจะต้องมีคนที่อยู่เบื้องหลัง อาจไม่ได้เป็นตัวแสดงจริง ทำให้การบริหารราชการแผ่นดิน อาจมีปัญหาต่อไป และทำให้การตรวจสอบของฝ่ายค้านทำได้ยากยิ่งขึ้น สุดท้าย ที่เกิดขึ้นใน ครม.ชุดนี้ คือ “ตัวจริงอยู่หลังฉาก ส่วนคนที่มาเป็นรัฐมนตรี ก็เป็นแค่ตัวแสดงเท่านั้น” ก็คงถูกวิพากษ์วิจารณ์ และหากในอนาคต มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราต้องไปดูสุดท้ายจะยอมรับ ให้ระบบแบบนี้ดำเนินต่อไปในหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่า คำว่า “ครม.ครอบครัว” เกิดขึ้นตั้งแต่ตัวนายกรัฐมนตรี เลยใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า สัปดาห์หน้า จะเป็นการแถลงนโยบาย แต่เราก็คงจะทราบแล้วว่า การแถลงนโยบายได้เกิดขึ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้นสัปดาห์หน้า จึงเป็นการแถลงนโยบายที่ไม่จำเป็นต้องจริงจังนัก เพราะถือว่าวันนั้น ได้แถลงให้สาธารณะทราบแล้ว และเราในฐานะฝ่ายค้าน ก็ติดตามตั้งคำถามกับนโยบายของรัฐบาล

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ส่วนที่กล่าวกันว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม หรือโควต้าครอบครัว ตนเชื่อว่า สังคมจำนวนมาก คงตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทย ในการทำงานยุคของ นายเศรษฐา ทวีสิน มีนายกฯ 2 คน มาวันนี้ ไม่แน่ใจว่า เป็นนายกฯ 2 คน หรือคนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นคุณอุ๊งอิ๊งหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ สุดท้ายเรากำลังอยู่ในบรรยากาศ ที่การเมืองขาดเสถียรภาพ ขาดความแน่นอน และไม่รู้ว่าตกลงแล้วใครคือผู้ตัดสินใจ ทั้งนี้ การที่ผู้ที่ตัดสินใจ และไม่รับผิดชอบอะไรเลย มันจะสร้างปัญหาทางการเมืองอย่างแน่นอน เป็นข้อที่ตนกังวล

ตนเชื่อว่ารัฐบาลนี้ จะกังวลทุกอย่าง ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวว่าจะผิดจริยธรรม กลัวโดนองค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญเล่นงาน สุดท้ายก็จะเป็นรัฐบาลที่ทำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้น โจทย์ของรัฐบาลนี้ คือจะแก้วิกฤตตรงหน้าที่ทำลายเสถียรภาพอย่างไร หากแก้ไม่ได้ ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ” นายรังสิมันต์กล่าว

Advertisement

ส่วนหน้าตาของรัฐมนตรีชุดนี้ ไปวัดไปวา หรือพอจะฝากผีฝากไข้ได้หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า หน้าตา ส่วนใหญ่ยังเป็นคนเดียว คำถามคือ ในยุคของนายเศรษฐา ไปได้ไกลแค่ไหน เป็นนายกฯเกือบปี นโยบายเรือธงที่สัญญาไว้กับประชาชน มีเรื่องไหนสำเร็จแล้วบ้าง คำถามที่ตามมาคือ คนเดิมที่มีอำนาจแบบเดิม จะทำสำเร็จได้อย่างไร

“นอกจากนั้น ยังมีส่วนผสมใหม่ คนเดิม ที่ยังอยากจะเป็นรัฐมนตรีและเป็นไม่ได้ ต้องอยู่หลังฉาก อยู่ภายใต้เงามืด และต้องส่งตัวแทนมาทำ และจะทำหน้าที่ได้ดีอย่างไร ตนจึงคิดว่าส่วนผสมแบบนี้ ไม่ตอบโจทย์ของชาติที่เผชิญอยู่ ยังนึกไม่ออกว่ารัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนได้อย่างไร” นายรังสิมันต์กล่าว