ประชาชาติ ยื่นนโยบายนายกฯอิ๊งค์ สร้างสันติภาพชายแดนใต้ ชงเรียนฟรีถึงปริญญาตรี
เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ส.ส.ยะลา เขต 2 พรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ รมว.ยุติธรรม ส.ส.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ดร.วรวิทย์ บารู ส.ส.สาเหะมูหาหมัด อัลอิดรุส ส.ส.สุไลมาน บือแนปีแน ส.ส.อับดุลอายี สาแม็ง และ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ ได้ยื่นนโยบายของพรรคประชาชาติเสนอต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพิจารณาบรรจุในนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับนโยบายมี ดังนี้ 1.การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ด้วยการศึกษาและกระบวนการสันติภาพ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัมอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม การยกระดับการศึกษาเพื่อวางรากฐานสังคมระยะยาว การสนับสนุนการพูดคุยเพื่อสันติภาพและสันติสุข ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและพัฒนาประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความทัดเทียมกับประเทศที่มีชายแดนติดต่อกัน โดย
(1) พัฒนาหลักสูตรและประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์พื้นที่และตลาดแรงงาน
(2) กระจายทรัพยากรและงบประมาณสนับสนุนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมระหว่างโรงเรียนรัฐและเอกชน
(3) เปิดพื้นที่การศึกษาในสาขาวิชาที่มีศักยภาพในระดับสากลเพื่อเป็นแหล่งการศึกษาของนานาชาติ
(4) แสดงเจตจำนงทางการเมืองต่อการสร้างสันติภาพชายแดนใต้
(5) สนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพแกนกลางในการแก้ปัญหาชายแดนใต้
(6) สร้างบรรยากาศและสภาวะแวดล้อมให้กับสังคมในพื้นที่รวมถึงสังคมไทยในภาพรวมที่เอื้อต่อการหนุนเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ภายใต้พหุสังคม
2.การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอสำหรับการดูแลตนเองและช่วยเหลือครอบครัว ได้รับการศึกษาฟรีมีคุณภาพดีถึงปริญญาตรี การขจัดปัญหายาเสพติดพืชกัญชาและกระท่อมถือเป็นยาเสพติดมีโทษทางอาญา โดย
(1) การสร้างงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดย่อมและธุรกิจชุมชน เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าท้องถิ่น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและการขนส่ง โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
(2) การพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงทางธรรมชาติ วัฒนธรรมมลายูและประเพณีท้องถิ่น ปรับปรุงโครงสร้างด้านท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
(3) การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ฝึกอบรมและให้คำปรึกษาทางธุรกิจในด้านการจัดการธุรกิจ การตลาดดิจิทัล การเงิน และการบริหารจัดการ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือกองทุนสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ
(4) ส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการเป็นตลาดกลางสัตว์น้ำของภูมิภาคด้วยการฟื้นฟูการประกอบการอาชีพประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
(5) ขจัดภัยแทรกซ้อน เช่น แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล และปัญหายาเสพติด
(6) สวัสดิการเด็กแรกเกิดและผู้สูงวัย จัดหาสถานที่เพื่อดูแลและทำกิจกรรมต่างๆ ที่ดีและเหมาะสม จัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางให้เข้าถึงได้ในระดับชุมชน
3.การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย โดย (1) การจัดสรรที่ดินให้กับผู้มีรายได้น้อย จัดสรรที่ดินของรัฐ หรือที่ดินที่ยังได้ใช้ประโยชน์ในการสร้างบ้านราคาถูกสำหรับประชาชน การพัฒนาโครงการบ้านเช่าราคาถูกของรัฐให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้
(2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในพื้นที่ที่อยู่อาศัย
(3) การร่วมมือกับภาคเอกชน จัดทำมาตรการส่งเสริมให้ภาคเอกชน การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เช่น การลดหย่อนภาษี หรือการให้สิทธิประโยชน์พิเศษ
4.การแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข โดย (1) การเพิ่มจำนวนแพทย์และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี Telemedicine เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ได้แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
(2) การกระจายความหนาแน่น พยาบาลประจำอำเภอ จัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอและโรงพยาบาลเครือข่ายเพื่อลดความหนาแน่นในโรงพยาบาลหลัก
(3) การเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล ขยายโรงพยาบาลที่มีอยู่แล้วและสร้างโรงพยาบาลใหม่ในพื้นที่ที่จำเป็น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีในการจัดการผู้ป่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร

