เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก กรณีข้อสงสัยเรื่องการเข้าประชุม สนช.ไม่ครบของ 7 สมาชิก ระบุว่า
“ตามที่เลขาธิการวุฒิสภา (ทำหน้าที่เลขาธิการ สนช.) ได้นำสถิติการเข้าประชุมและการลาในรอบปี 2559 ของ 7 สนช.ออกมาแถลงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้องแล้ว
นอกจากนี้ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังกล้าพูดอย่างไม่อายปากว่า “ข้อมูลการลงมติไม่ใช่ความลับ เป็นข้อมูลเปิดเผยเข้าไปดูได้ ไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องตัวเลข เพราะตัวเลขราชการน่าจะถูกต้องกว่า สิ่งที่เลขาธิการวุฒิสภาแถลงอาจเป็นภาพรวมทั้งปี” ข้อมูลของไอลอว์ได้นำสถิติ 2 ช่วงมาเปิดเผย คือ ช่วงระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. และ 1 เม.ย.-29 มิ.ย. อันเป็นช่วงเวลาครั้งละ 90 วัน ตามรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2557 มาตรา 9 (5) ที่บัญญัติว่า “ถ้าสมาชิกไม่มาแสดงตนเพื่อลงมติในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุม ให้สมาชิกภาพการเป็น สนช.สิ้นสุดลง” และตามข้อบังคับการประชุมสภา สนช. พ.ศ.2557 ข้อ 82 ที่กำหนดว่า “สมาชิกที่ไม่แสดงตน เพื่อลงมติในที่ประชุมสภาเกินกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนครั้งที่มีการแสดงตน เพื่อลงมติทั้งหมด ในรอบระยะเวลา 90 วัน ให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง” นายวีระ ระบุ
นายวีระ ระบุอีกว่า “ความจริง ทั้งประธาน สนช. เลขาธิการรัฐสภา และสมาชิก สนช.ทั้ง 7 คน ไม่ต้องออกมาอุ้ม ไม่ต้องออกมาเถียง ไม่ต้องออกมาแถว่า สนช.ทั้ง 7 ไม่ผิด เรื่องอื้อฉาวในทางไม่ดี ถ้าเป็นต่างชาติ เช่นญี่ปุ่น เกาหลี นักการเมืองหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกเปิดโปงเขาจะไม่ดาหน้ากันออกมาช่วยคนทำผิดเหมือนของไทย คนที่ทำความผิดของเขาจะไม่รอให้มีผู้ใดมาตรวจสอบเพื่อลงโทษ ผู้ที่ทำความผิดจะรีบออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกเองทันที บางคนที่หน้าบาง รู้สึกละอายแก่ใจในความผิดที่ทำ ไม่อาจทนอยู่สู้หน้าผู้ใดได้ จะเลือกการฆ่าตัวตาย ก็ต้องรอดูว่า 7 สนช.ที่โดดร่ม ไม่เข้าประชุมเพื่อลงมติ จะมีผู้ใดลาออกเป็นคนแรก หรือจะมีผู้ใดไปผูกคอตายเป็นคนแรก หรือเลือกที่จะอยู่อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น ที่เรียกกันว่าไอ้พวกหน้าด้านหน้าทน ท่านผู้อ่านมาทายกันไหมครับว่า พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา และ สนช.ที่โดดร่มอีก 6 คนจะเลือกใช้วิธีใด?”

