“ประวิตร” หารือทูตมะกัน โยนทุกคำถามให้ “สุวพันธุ์” แจงปมบุกค้นวัดพระธรรมกาย

“ประวิตร” หารือทูตมะกัน โยนทุกคำถามให้ “สุวพันธุ์” แจงปมบุกค้นวัดพระธรรมกาย เชื่อทุกอย่างคลี่คลายในทางที่ดี

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนเข้าพบ
นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จะเข้าหารือว่า ตนไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านจะมาหารือเรื่องใด เพราะไม่ได้ประสานรายละเอียดมา เพียงแต่แจ้งขอเข้าพบเท่านั้น ซึ่งตนคิดว่านายกลิน ที. เดวีส์ จะหารือ พร้อมพูดคุยเพื่อติดตามสถานการณ์ในประเทศไทย

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงสถานการณ์การดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่วัดพระธรรมกายว่า รายละเอียดเรื่องนี้ อยากให้ไปถามนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพราะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง อย่าให้ตนตอบเรื่องนี้เลย เพราะไม่ทราบรายละเอียด ถ้าตอบไปรายละเอียดจะไม่ตรงกัน

เมื่อถามถึงกรณีนายอนวัช ธนเจริญณัฐ ฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกมาตรา 44 จะรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องถามว่าเป็นคนของใคร ส่วนความรับผิดชอบนั้น ทางนายสุวพันธุ์คงจะชี้แจง ส่วนรายละเอียดการใช้มาตรา 44 นั้น ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ได้ชี้แจงรายละเอียดครบถ้วนแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า การเสียชีวิตของนายอนวัชจะเป็นกรณีสุดท้ายหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีการเลียนแบบ รองนายกฯประวิตรกล่าวว่า ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ ขอให้ไปถามคนในพื้นที่ หากตนวิพากษ์วิจารณ์ไปเกรงว่าจะไม่ถูก เพราะเรื่องนี้จะถูกหรือผิด ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้ลงไปในรายละเอียด ขอให้เป็นหน้าที่นายสุวพันธุ์ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงเป็นคนชี้แจง เพราะท่านจะตอบอะไรได้ดีกว่าตน หากตนตอบไปก็จะไม่ตรงกัน แล้วจะมาหาว่าตนให้ข้อมูลมั่วอีก

เมื่อถามอีกว่า ตอนนี้มีมวลชนเตรียมมาสบทบมากขึ้น รวมถึงกระแสข่าวมือที่ 3 ฝ่ายความมั่นคง มีความเป็นห่วงอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว โดยเฉพาะการป้องกันมือที่สามที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยทางเรามีการตรวจค้นบุคคลที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ได้รายงานรายละเอียดให้ตนทราบมาตลอด

เมื่อถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่งได้จับกุม พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันทร์ อดีต ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา อายุ 73 ปี พกอาวุธเข้าพื้นที่วัดพระธรรมกาย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนได้รับรายงานเมื่อเช้าที่ผ่านมา โดยทราบว่ามีอาวุธ ซึ่งเรื่องนี้ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนที่เกรงว่าจะกลายเป็นประเด็นการเมือง ตนคิดว่าไม่มีอะไร เพราะมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ

“ผมไม่ได้ปล่อยให้มวลชนเข้ามารวมตัวกันมากมาย ซึ่งจะมีคนสนับสนุนก็ต้องว่ากันไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องพยายามพูดคุยทำความเข้าใจกันทุกอย่าง ส่วนจะเดตไลน์เมื่อไหร่นั้น อยากให้ไปถามนายสุวพันธุ์แทน ผมไม่ทราบ รู้เพียงว่าทุกอย่างจะต้องคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และทุกฝ่ายต้องยอมรับ ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเจ้าหน้าที่พยายามไม่ให้เกิดการปะทะกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย ขณะเดียวกันกรณีที่พระสงฆ์ประเทศเมียนมาออกมาเคลื่อนไหวนั้น ผมคิดว่าไม่เกี่ยว เพราะเป็นคนละประเทศกัน แค่เรื่องในประเทศ ผมก็ตอบเยอะอยู่แล้ว” พล.อ.ประวิตรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon