สถานีคิดเลขที่ 12 : ส่วนตัว-ส่วนรวม

9.09.24 | 10:50 น.

“ตำหนิแรก” ที่ปรากฏชัดในสายตาของผู้คนที่มีอคติต่อ “คณะรัฐมนตรีชุดใหม่” ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ก็คือการมีสมาชิก ครม. หลายคน ที่ขึ้นดำรงตำแหน่ง จากการส่งมอบตำแหน่งแห่งที่ทางการเมืองผ่านทาง “สายเลือด”

โดยจะเรียกว่า “สืบสายเลือด” ก็อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะไม่ได้มีการส่งมอบตำแหน่งจาก “พ่อสู่ลูก” “พี่สู่น้อง” หรือจาก “ผู้อาวุโสสู่ผู้เยาว์” เพียงรูปแบบเดียว หากยังมีการถ่ายโอนตำแหน่งรัฐมนตรีจาก “ลูกย้อนไปให้พ่อ” หรือ “เพื่อนให้เพื่อน” ผสมผสานกันไป

นี่คือ “จุดตำหนิ” ที่หลีกเลี่ยงการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ยาก เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เห็นกันอยู่ ผ่านทั้งนามสกุลและคอนเน็กชั่นทางการเมืองที่ผ่านมา

เป็น “ภาพไม่ประทับใจแรก” ที่ดูเหมือนจะมีการให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงกับเรื่อง “มรดกทางการเมือง” และการธำรงสถานภาพของ “ตระกูล-เครือข่ายทางการเมือง” ต่างๆ

หรือเป็นการเน้นน้ำหนักไปยังประเด็น “การเมืองเรื่องส่วนตัว” “การเมืองเรื่องครอบครัว” และ “การเมืองเรื่องพรรคพวก” มากกว่า “การเมืองเรื่องส่วนรวม” และ “การเมืองของประเทศชาติ”

Advertisement

กระทั่งเป็น “จุดอ่อน” ที่ถูกโจมตีได้ง่ายดายสุดของ “ครม.แพทองธาร”

แม้จะมีเสียงแก้ต่างได้ว่า นี่เป็นผลพวงของ “ผลไม้พิษทางรัฐธรรมนูญ” ที่ลากเอาประเด็นเรื่อง “จริยธรรม” (ซึ่งมีมาตรวัดคลุมเครือจับต้องไม่ได้) เข้ามาปะปนกับการพิพากษาตัดสิทธิผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จนนำมาสู่การต้องระมัดระวังตัวทุกกระเบียดนิ้ว

หรือว่านี่เป็นผลมาจากการแก้เกม-ชำระแค้นทางการเมือง เพื่อดัดหลังอดีตพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ภักดีต่างหาก

อย่างไรก็ดี วิธีการเดียวที่จะลบ “จุดตำหนิ” ปิด “จุดอ่อน” ข้างต้นได้ ก็คือรัฐมนตรีที่ได้รับมอบตำแหน่งทางการเมืองมาผ่าน “สายสัมพันธ์ส่วนตัว” จะต้องเร่งลงมือทำงาน และพยายามทำให้งานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบเกิดสัมฤทธิผลมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อันที่จริง ผู้คน (ไม่ว่าจะอายุมาก อายุน้อย เพศหญิง เพศชาย หรือเพศทางเลือก) ในแวดวงของ “ชนชั้นนำ” ในสังคม ไม่ว่าจะมาจากครอบครัวมหาเศรษฐี ครอบครัวนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ระดับชาติ หรือครอบครัวนักการเมืองผู้กว้างขวางระดับท้องถิ่น อาจมี “จุดแข็ง” คล้ายคลึงกันอยู่ประการหนึ่ง

นั่นคือการคุ้นชินกับวิถี “การใช้อำนาจ” หรือพูดอีกแบบได้ว่า พวกเขาและเธอมีความรู้ว่าจะเอ็กเซอร์ไซส์อำนาจที่พวกตนได้รับมาอย่างไร หนัก-เบาแค่ไหน เพื่อกำกับ ควบคุม และเอาชนะใจคนทำงาน/ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

ถ้าหาก “สมาชิก ครม. ทางสายเลือด-สืบมรดก” ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีคุณสมบัติข้อนี้กันอย่างครบถ้วน และประยุกต์ใช้เข้ากับกระบวนการทำงานในกระทรวงต่างๆ อย่างรวดเร็ว

ก็น่าจะช่วยลบล้าง “ภาพลักษณ์ด้านลบ” ของตนเองและเครือข่ายอำนาจแวดล้อมออกไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ทั้งยังทำให้ “การสืบทอดมรดกทางการเมืองแบบส่วนตัว” ค่อยๆ แปรผันกลายมาเป็น “การพยายามสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมการเมืองไทยในภาพรวม”

ปราปต์ บุนปาน