หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม ลั่น...

ภูมิธรรม ลั่นพร้อมพิสูจน์ ปม ‘เรืองไกร’ ร้องจริยธรรมคุมกลาโหม ชี้ไม่ได้เป็นรมต.ครั้งแรก

9.09.24 | 17:53 น.

ภูมิธรรม ลั่นพร้อมพิสูจน์ ปม ‘เรืองไกร’ ร้องจริยธรรมคุมกลาโหม ชี้ไม่ได้เพิ่งเป็นรมต.ครั้งแรก


เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่กระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่ากรณีเสนอชื่อนายภูมิธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าข่ายมีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) หรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 8 หรือไม่ และเข้าข่ายเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่ นั้นว่า

ก่อนจะร้องคุณเรืองไกรควรทำความเข้าใจกับขบวนการทั้งหมดก่อน กรณีที่กล่าวหาว่าผมฝักใฝ่นั้นผมไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย ผมเป็นนักศึกษาซึ่งเป็นเหยื่อของเหตุการณ์เมื่อปี 2519 ซึ่งเพื่อนผม พี่น้องผม หลายคนถูกฆ่าตาย และมีการไล่จับกันจำนวนมาก ทำให้นักศึกษาจำนวนมากต้องหนีเข้าป่า ผมไม่ได้ฝักใฝ่ แต่ความตั้งใจเรื่องของการรักชาติ อยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น อยากเห็นประชาธิปไตย แต่หลังจากนั้นกลับก่อให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งกันมากในสังคมไทย ดีที่ผู้บัญชาการทหารระดับสูงไม่จะว่า พลเอกเปรมติณสูลานนท์ และพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ได้เปิดให้มีนโยบาย 66/23 เปิดทางสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น ลดความขัดแย้ง พยายามที่จะเดินไปข้างหน้าให้ทุกคนได้ออกมาจากป่า

หลังจากออกมา ผมและทุกคน ทุกคนได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ผมก็อยู่กับระบบการเมือง ระบบประชาธิปไตยที่เปิดเผยมาตลอดเวลาที่ออกมา ผมคิดว่าไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งแรกที่ผมเป็นรัฐมนตรีมา ผมเป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว การไปเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ไม่น่าจะเป็นเหตุให้คุณเรืองไกรต้องร้อง ผมก็ไม่ทราบว่าท่านเรืองไกรมีวัตถุประสงค์อะไร อยากกลับไปดูว่าเรื่องนี้ มันสงบ จบไปแล้ว อย่าใช้ประเด็นทางการเมืองมารื้อฟื้นความขัดแย้งในอดีตเลย มันไม่เป็นผลดีต่อใคร

Advertisement

“อยากให้คุณเรืองไกรทบทวน ส่วนตัวผม เรื่องนี้ผมพร้อมพิสูจน์ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีอย่างไร ผมเชื่อว่าผมบริสุทธิ์ใจเพียงพอ เชื่อว่าสาธารณชนได้เห็นความเป็นจริงอันนี้ ส่วนความเคลื่อนไหววันที่ 17 ก.ย.นั้น ไม่กังวล เพราะระบอบประชาธิปไตยมีความเห็นต่างได้ แต่คงจะต้องหาทางในการสื่อสาร อยากให้ประเด็นต่างๆ ถ้าเป็นเรื่องอะไรที่รัฐบาลขัดขวางระบอบประชาธิปไตย หรือสร้างความขัดแย้งค่อยมาแสดงออกบอกเรา แต่ขณะนี้เศรษฐกิจประเทศกำลังเดิน คนในโลกกำลังมองความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ไม่อยากให้ใช้ประเด็นทางการเมืองเข้ามาทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในประเทศ ทำให้เกิดความสูญเสียความเชื่อมั่นในประเทศเลย มันไม่เป็นผลดีต่อใครเลย”