‘เอกนัฏ’ เข้าก.อุตสาหกรรมพรุ่งนี้เช้า บ่ายลงพื้นที่ระยอง ตรวจเคสวินโพรเสสทิ้งกาก คุยชาวบ้าน

10.09.24 | 16:01 น.

‘เอกนัฏ’ เข้าก.อุตสาหกรรมพรุ่งนี้เช้า บ่ายลงพื้นที่ระยอง ตรวจเคสวินโพรเสสทิ้งกาก คุยชาวบ้าน


รายงานข่าวแจ้งว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีกำหนดเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 11 กันยายน โดยจะเดินทางถึงเวลา 08.00 น. จากนั้นเวลา 08.00-08.30 น. จะสักการะองค์พระนารายณ์ ไหว้ศาลพระภูมิ และกราบพระพุทธรูปประจำกระทรวงอุตสาหกรรม จากนั้นเวลา 08.49-10.00 น. เข้าห้องทำงานอย่างเป็นทางการ และเวลา 10.00-11.00 น. ประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และเวลา 11.00-11.30 น. แถลงข่าวมอบนโยบาย

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม คือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้แข่งขันในตลาดโลกท่ามกลางกติกาที่เปลี่ยนแปลง และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะเดียวกันยังต้องเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งยานยนต์ไฟฟ้า สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ชีวภาพ หุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมฮาลาลที่เริ่มเดินหน้าแล้ว นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่ตัวแทนชาวไร่เรียกร้องเงินอุดหนุนเพิ่มเติม 120 บาทต่อตันในฤดูการผลิตอ้อยปี 2566/67 รวมทั้งความชัดเจนของเหมืองทองอัคราที่ยังอยู่ในขั้นตอนอนุญาโตตุลาการและมีกำหนดสิ้นสุดกระบวนการวันที่ 30 กันยายนนี้ ตลอดจนความชัดเจนเหมืองโปแตชเพื่อผลิตปุ๋ยราคาถูกช่วยเหลือเกษตรกรไทย ที่บางพื้นที่ยังโดนต่อต้านจากชาวบ้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดียวกันช่วงบ่าย นายเอกนัฏ มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่สารเคมีรั่วไหลจากการลักลอบทิ้งและการจัดการไม่ถูกต้อง ของบริษัท วินโพรเสส จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยจะถึงพื้นที่ประมาณ 15.00 น. กำหนดเข้าตรวจพื้นที่โรงงาน ดูจุดน้ำไหลผ่าน จากนั้นจะดูความคืบหน้าการผันน้ำก่อนเข้าโรงงาน ณ บ้านลุงสัญญา และพูดคุยและรับทราบปัญหา รวมถึงทำความเข้าใจ และขอบคุณชาวบ้านและท้องถิ่นที่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ณ ที่ทำการ อบต.บางบุตร

Advertisement

รายงานข่าวระบุว่า กรณี บริษัท วินโพรเสส จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง มีการลักลอบเก็บกากของเสียและสารอันตรายจำนวนมากในพื้นที่โรงงาน ก่อให้เกิดปัญหาและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ฟ้องร้องต่อศาล จ.ระยอง และเร่งรัดให้บริษัททำการบำบัดกำจัดกากของเสียและสารอันตรายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเหตุเพลิงไหม้วันที่ 22 เมษายน 2567 ทำให้สารเคมีและสารมลพิษเกิดการแพร่กระจาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จึงแถลงต่อศาล จ.ระยอง ขอเข้ากำจัดบำบัดกากของเสียและสารอันตราย ใช้งบประมาณ 4 ล้านบาทที่บริษัทได้วางไว้ต่อศาล จ.ระยอง เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมวงกว้าง และศาลอนุมัติ

ขณะนี้ กรอ.จึงอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ปัญหา และดูแลพื้นที่ อาทิ ขุดบ่อและเสริมคันดินเพิ่มความแข็งแรงของบ่อกักเก็บน้ำเสียเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนเบี่ยงทางน้ำป้องกันปริมาณน้ำฝนไม่ให้ไหลกัดเซาะบ่อกักเก็บน้ำเสียและชะล้างสารเคมีหรือกากอุตสาหกรรมไหลปนเปื้อนออกสู่พื้นที่ของชาวบ้านข้างเคียง และบรรจุตะกรันอะลูมิเนียมที่กองเก็บอยู่ในพื้นที่ใส่ถุงบิ๊กแบ๊ก จัดเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัยและทำการปิดคลุมด้วยผ้าใบเพื่อป้องกันการทำปฏิกิริยากับน้ำหรือความชื้นเพื่อนำตะกรันอะลูมิเนียมทั้งหมดไปบำบัดกำจัดในโรงงานที่มีศักยภาพสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ