หน้าแรก การเมือง พรรคประชาชน ย...

พรรคประชาชน ยัน ไม่ส่งแคนดิเดตชิงเก้าอี้รองปธ.สภา หวังรองใหม่สานต่อ สิ่งที่รองอ๋องริเริ่มไว้

11.09.24 | 10:34 น.

‘พริษฐ์’ เผย ‘ปชน.’ มีมติไม่ส่งแคนดิเดตลงชิงเก้าอี้รองประธานสภา เชื่อใช้เวลาไม่นานได้ผู้นำฝ่ายค้าน เพราะ ครม.ลงตัวแล้ว


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยว่า พรรคประชาชนจะไม่ส่งแคนดิเดต ชิงเก้าอี้รองประธานสภา เนื่องด้วยมาตรา 106 แห่งรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ว่า พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านและรองประธานสภาในเวลาเดียวกันได้ ที่ผ่านมาอาจจะเห็นพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอผู้ท้าชิงรองประธานสภาอยู่บ้าง ซึ่งครั้งนี้พรรคประชาชนเป็นแกนนำฝ่ายค้าน และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชนก็เป็นว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน และประกาศความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านไปในที่ประชุมสภา ตั้งแต่วันที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาชนเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.67) มีมติไม่ส่งคนลงแข่งตำแหน่งรองประธานสภา เพื่อให้พรรคประชาชนเดินหน้าทำหน้าที่ต่อได้

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ไม่ว่าหลังจากนี้ใครจะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1 และ 2 ตนเองอยากเห็นสภา “มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ประชาชนเข้าถึงได้” เนื่องจากปัจจุบันยังมีกฎหมายที่ค้างอยู่ในวาระสภาจำนวนมาก และอยากให้เกิดความโปร่งใสในการทำงานของ ส.ส.ในสภา

อีกทั้งความโปร่งใสในการตรวจรับอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นภารกิจเฉพาะหน้าของประธานสภา และรองประธานสภาชุดนี้ รวมถึงเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมาย และมีปฏิสัมพันธ์กับ ส.ส. หวังว่าอะไรที่รองประธานสภาคนก่อนอย่าง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ริเริ่มไว้ก็อยากเห็นรองประธานสภาคนใหม่สานต่อ และช่วยผลักดัน สำหรับวันนี้จะมี ส.ส.พรรคประชาชนจะลุกขึ้นหารือกับประธานสภา และรองประธานสภาทั้ง 2 คนถึงทิศทางการบริหารรัฐสภา ขอให้รอติดตาม

Advertisement

ส่วนการเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้าน คงไม่ได้ใช้เวลามากนัก เป็นไปตามขั้นตอน ที่ผ่านมาอาจต้องรอให้ ครม.ลงตัวก่อน เพราะการจะตั้งผู้นำฝ่ายค้านได้ต้องดูว่าพรรคไหนอยู่ซีกรัฐบาลบ้าง ซึ่งเมื่อเกิดความชัดเจนแล้ว พรุ่งนี้ (12 ก.ย.67) จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คงไม่ใช้เวลานานในการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน พรรคประชาชนชัดเจนว่าเดินหน้าในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุก และตรวจสอบแทนประชาชน อะไรที่เห็นต่างต้องแข่งขันกันในเชิงความคิด ส่วนที่เห็นตรงกันก็ร่วมแรงกัน