‘อนุทิน’ ยันระบบแจ้งเตือนภัยดีอยู่แล้ว แต่ภัยก็มาเร็วเกินคาดคิด จ่อเตรียมทีมกู้ภัยลงพื้นที่พร้อมอุ้ม ปชช.ออกจากบ้านหากสถานการณ์เลวร้าย
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ว่า ตอนนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ในพื้นที่ รวมถึงมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด แม่ทัพภาคที่ 3 และมีผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบภัย ซึ่งที่มีความรุนแรงอยู่คือ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ ซึ่งตนได้ประชุมออนไลน์กับทีมงานทั้ง 2 จังหวัด
ซึ่งผู้ว่าฯได้รายงานมา อย่างกรณี จ.เชียงใหม่ ปัญหาส่วนใหญ่คือเรื่องดินถล่ม ซึ่งได้พบร่างผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตจากดินถล่มครบทั้ง 6 รายแล้ว อยู่ที่ อ.แม่อาย ซึ่งยังมีสภาวะเรื่องอุทกภัยปริมาณน้ำในแม่น้ำค่อนข้างเชี่ยว และน้ำเหล่านี้จะเคลื่อนตัวไปที่ จ.เชียงราย ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับน้ำเกินปริมาณที่ไม่ใช่เรื่องน้ำฝนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของน้ำหลากที่มาจากป่า จากแม่น้ำ และมาจากฝนตก
นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนเรื่องการช่วยเหลือ ตนได้เน้นย้ำให้คำนึงถึงความปลอดภัย และการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในการปกป้องชีวิตของราษฎรเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะดินถล่ม หรือติดอยู่ในภัยอันตราย ต้องระดมทุกสรรพกำลังเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงด้านอาหารที่พักพิงเราจัดไว้อยู่แล้ว ตลอดจนถุงยังชีพ ทั้งนี้ ตนได้แจ้งให้ผู้ว่าฯ ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง หากมีความจำเป็นต้องใช้งบงบประมาณเพิ่มจากงบประมาณฉุกเฉินก็ให้เร่งดำเนินการเข้ามา และส่วนกลางมีการส่งรถไฟฟ้าส่องสว่าง รถประปา รถอุปโภคบริโภค รถประกอบอาหาร เรือท้องแบนเพื่อไปช่วยเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ของ ปภ. ที่จะนำอุปกรณ์ความช่วยเหลือต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เราต้องกังวล คือ การรองรับปริมาณของน้ำที่ยังมีจำนวน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในส่วน อ.แม่สาย ที่มีน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก พี่น้องราษฎรประสบภัยต้องออกจากบ้านเรือนของตัวเอง ซึ่งทางจังหวัดได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ที่ได้มีการเปิดห้องพักเป็นที่พักพิงของผู้ประสบอุทกภัย ทั้งนี้ หากมีจำนวนมากและต้องอยู่นาน ตนในนามกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีการให้ที่พักพิงของผู้ประสบภัย ต้องหาวิถีทางที่จะเข้าช่วยค่าใช้จ่ายเยียวยาผู้ที่มีเจตนารมณ์ที่ดี และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้ที่พักพิงหรือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ยังได้สั่งการในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะต้องมีการตัดไฟ 35 จุด เพราะไฟกับน้ำอยู่ด้วยกันไม่ได้ เกิดน้ำเพิ่มปริมาณฉับพลันถ้าไม่เร่งตัดไฟจะเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิด โดยน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่มีความรุนแรง ตนจึงได้มีการสั่งการหากมีความจำเป็นต้องมีการเร่งตัดไฟไว้ก่อน
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการช่วยเหลือค่อนข้างล่าช้า นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ในพื้นที่เหล่านี้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยอยู่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกคนทราบดี ซึ่งมีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว และทุกคนก็ระดมความช่วยเหลือลงไป ทั้งกองทัพ สาธารณสุข และองค์กรต่างๆ และเวลาเกิดปัญหาอุทกภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้สั่งการสูงสุดโดยกฎหมาย ซึ่งหากมีความช่วยเหลือใดที่ไม่เพียงพอ ท่านก็สามารถร้องขอมาได้ ซึ่งเราจะเร่งอนุมัติให้
เมื่อถามว่า หลายคนตั้งคำถามถึงระบบการแจ้งเตือน ที่อยากให้มีการส่งเข้าโทรศัพท์มือถือ นายอนุทินกล่าวว่า เรามีระบบแจ้งเตือนอยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้ว แต่บางทีภัยก็มาเร็วเกินคาดคิด หรือผู้คนยังมั่นใจว่าจะรักษาและควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งไม่มีใครอยากออกจากบ้านตัวเองจนกว่าสถานการณ์จะไม่ไหว จึงตัดสินใจหาที่อื่นอยู่ ซึ่งในอนาคตอาจจะต้องมีการจัดทีมกู้ภัยอาสาสมัครลงในพื้นที่ หากมีการแจ้งเตือนเพื่อดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และหากสถานการณ์ไม่ดีก็คงจะต้องมีการอุ้มออกมา หรือสั่งอพยพล่วงหน้า ส่วนคนที่ยังติดค้างอยู่ในบ้านและขอความช่วยเหลือยังไม่ได้รับการช่วยเหลือนั้น ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งระดมสรรพกำลังเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ

