“แพทองธาร” ร่ายยาวนโยบายรัฐบาล ย้ำ 10 มาตรการเร่งด่วน ยันยึดความซื่อสัตย์ สุจริต-ปย.ประชาชนและประเทศ ลั่น เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง แสวงหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
เมื่อวันที่ 12 กันยายน เวลา 09.10 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาร่วมกันของรัฐสภา มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ทั้งนี้ บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เข้าประจำที่ในห้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกรัฐสภา
โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้อ่านคำแถลงนโยบายประกอบพาวเวอร์พอยต์ ซึ่งเริ่มเมื่อ 09.17 น. ย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ใน 10 นโยบายเร่งด่วนทำทันที คือ
1.การปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านและรถ ช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบและในระบบที่ไม่ขัดต่อวินัยการเงินและไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม
2.ส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของคู่แข่งต่างชาติ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์
3.ออกมาตรการเพื่อลดราคาพลังงานและสาธารณูปโภค ด้วยการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและเร่งปรับปรุงกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ทำสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรง พัฒนาระบบสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง สำรวจหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม และเจรจาประเด็นพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชา เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน ด้านขนส่งมวลชนจะกำหนดโครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วมใน กทม. เพื่อรองรับนโยบายค่าโดยสารราคาเดียวตลอดสาย
4.สร้างรายได้ใหม่ด้วยนำเศรษฐกิจนอกระบบภาษีและเศรษฐกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อจัดสรรสวัสดิการด้านการศึกษา สาธารณสุขและสาธารณูปโภค
5.เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก
6.ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย และเร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร
7.เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น สถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)
8.แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร
9.เร่งแก้ปัญหาอาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
10.ส่งเสริมศักยภาพและจัดสวัสดิการสังคมให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายพัฒนาประเทศระยะกลางและระยะยาว จะต่อยอดการพัฒนาของภาคผลิตและบริการร สร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาประเทศในอนาคต ได้แก่ 1.ต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ยกระดับภูมิปัญญาไทยไปสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ ต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ การบริการทางการแพทย์ รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยายโอกาส ทั้งวิจัยและนวัตกรรม ด้านคมนาคมขนาดใหญ่ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ดิน ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพิ่มขึ้น
นายกฯ กล่าวถึงนโยบายด้านการต่างประเทศว่า รัฐบาลจะรักษาจุดยืนไม่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำงานร่วมกับนานาประเทศเพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน เดินหน้านโยบายการทูต เศรษฐกิจเชิงรุก และซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยรัฐบาลต้องการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งโดยเร็ว แสวงหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ระดับประเทศและปัจเจกบุคคล ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ยกระดับภูมิปัญญาสร้างสรรค์
น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า รวมถึงต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และมุ่งมั่นพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ และดำเนินงานตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมสถาบันศาสนาให้เป็นกลไกในการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินชีวิต ตลอดจนดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้ กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจริงจัง โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“ขอให้ความมั่นใจว่าดิฉันจะตั้งใจบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดประโยชน์ประชาชน และประเทศ โดยจะสร้างโอกาสเท่าเทียม ให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อพาความภาคภูมิใจกลับมาสู่ประเทศ” น.ส.แพทองธารกล่าว

