หน้าแรก การเมือง เดียร์ ยันนาย...

เดียร์ ยันนายกฯ ไม่ได้พูดเล่นๆ มีกินมีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ชี้เป็นคำพาฝัน ถึงสังคมที่ดี

12.09.24 | 12:49 น.

“ขัตติยา” ป้อง “นายกฯอิ๊งค์” ไม่ใช่คำพูดล้อเล่น “มีกินมีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ชี้ หากมองใจเป็นธรรม “แพทองธาร” พูดด้วยความฝัน หยอดคำหวาน นโยบายรัฐบาลครบถ้วน-เป็นระบบ เปรียบ 1 ปี “เศรษฐา” เหมือนปรับหน้าดิน จากนี้ 3 ปี หว่านเมล็ด-รดน้ำ-พรวนดิน เชื่อ รบ.นี้ สร้างบ้านให้คนไทยภูมิใจได้แน่

เมื่อเวลา 10.50 น.วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกของฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เหตุการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากนายกรัฐมนตรี สร้างความกังวลใจให้กับพี่น้องประชาชนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั่วโลก ว่าสภาวะสุญญากาศทางการเมืองจะทำให้นโยบายต่างๆที่นายเศรษฐาเริ่มไว้ต้องยุติลงหรือไม่ มาในวันนี้ตนมั่นใจว่าหลังจากที่พี่น้องประชาชนและนักลงทุนจากทั่วโลก เห็นรายชื่อของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และได้ฟังคำแถลงนโยบายของนายกฯ ย่อมเกิดความมั่นใจได้ว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้ จะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ จะรับไม้ต่อจากรัฐบาลชุดก่อน และจะสร้างนโยบายใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างผลสำเร็จให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างแน่นอน ตนอยากจะเรียกความต่อเนื่องว่า 1 ปีซ่อม 3 ปีสร้าง วางรากฐานโอกาสไทย

“1 ปีซ่อมของนายเศรษฐา เหมือนกับการปรับหน้าดินที่มีปัญหาให้กลับมาเป็นเนื้อดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นการเตรียมหน้าดินให้พร้อมกับการลงเมล็ดพันธุ์ใหม่ ในการเพาะปลูกครั้งต่อไป 3 ปีสร้างที่จะเกิดขึ้นกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ด ใส่ปุ๋ย รดน้ำและพรวนดิน เพื่อเป็นการสร้างการเติบโตให้กับเมล็ดพันธุ์ที่รัฐบาลชุดนี้จะทำ การเพาะปลูก และเตรียมรอรับดอกผลการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”น.ส.ขัตติยา กล่าว

น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า วิกฤติรอบด้านที่รัฐบาลต้องเผชิญเป็นโจทย์ที่ยากกว่าในอดีต หากรัฐบาลทำสำเร็จ ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ เจตนารมณ์ทางการเมือง รวมทั้งพลังสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนมากยิ่งกว่ารัฐบาลในอดีตเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ แม้ภารกิจในการซ่อมเพื่อพาประเทศออกจากวิกฤติครั้งนี้จะยากลำบากแค่ไหน แต่ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาที่นำโดยนายเศรษฐาเราได้เห็นการปรับหน้าดินเพื่อซ่อมแซมและเตรียมความพร้อมให้กับประเทศจะมีความคืบหน้าไปแล้วหลายด้าน ทำให้ประเทศไทยที่เหมือนคนป่วยมานาน กลับมามีแรงเดินหน้าต่อ จึงนับว่าเป็น 1 ปีในการปรับหน้าดินสังคมไทย เพื่อให้พร้อมรองรับต่อการยกระดับศักยภาพของประเทศ ซึ่งตนขอชื่นชมคำแถลงของนายกฯว่าเป็นการวางนโยบายได้เป็นระบบ ครอบคลุมรอบด้านไม่ว่าจะเป็นการแบ่งนโยบายตามความเร่งด่วนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว มีการต่อยอดนโยบายเดิมและเพิ่มเติมนโยบายใหม่ มีทั้งนโยบายที่เป็นกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้าไปจนถึงนโยบายที่ปรับโครงสร้างและวางรากฐานใหม่ใหม่มี ทั้งนโยบายที่เป็นระดับบนระดับล่าง

น.ส.ขัตตา กล่าวด้วยว่า มีคนนำไปพูดล้อเลียนตลกว่า “อยากเห็นคนไทยมีกินมีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ดิฉันคิดว่า หากเรามองประโยคนี้ด้วยใจเป็นธรรมและความอคติ ความเกลียดชังทางการเมือง เราจะพบว่าประโยคดังกล่าวมันไม่ใช่คำพูดล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องตลกขบขัน แต่จริงๆแล้วประโยคนี้มีหลักการ 3 ข้อที่สะท้อนถึงความฝันอยากเห็นสังคมที่ดี สังคมที่น่าอยู่ และสังคมที่มีความเป็นธรรม เริ่มจากคำว่า มีกินมีใช้ คำนี้เป็นคำที่สะท้อนถึงสังคมที่มีระดับ การกระจายทรัพยากรทางเศรษฐกิจ มีการกระจายโอกาส และมีการกระจายความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง ทำให้สังคมไม่มีความเหลื่อมล้ำจนเกินไป สังคมที่มีกินมีใช้ ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรและตัวเองยังมีคุณภาพ คำว่ามีเกียรติ สะท้อนถึงสังคมที่เคารพและยอมรับความแตกต่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ วัฒนธรรม ศาสนาชาติพันธุ์ สังคมที่มีเกียรติคือสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับความแตกต่างได้ พลเมืองทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน แม้จะมีความแตกต่างกัน และคำว่ามีศักดิ์ศรี สะท้อนให้เห็นสังคมที่มีรากฐานทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองที่เข้มแข็ง พลเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆด้าน จนทำให้สังคมนั้นมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากสังคม

Advertisement

“ดิฉันขอฝากความเชื่อมั่นของคนไทยทุกคนเอาไว้ที่นายกฯและ ครม.ชุดนี้ ดิฉันเชื่อมั่นด้วยศักยภาพและวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย เราจะมีโอกาสได้เห็นประเทศนี้กลับมาเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความหวัง เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความฝัน เต็มไปด้วยโอกาสและเป็นบ้านที่ทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจอีกครั้งหนึ่ง”น.ส.ขัตติยา กล่าว