‘ส.ว.ขวัญชัย’ จี้ รบ.เร่งแก้ปัญหาการท่องเที่ยว หลังรายได้หด แนะทบทวน ‘กาสิโน’ ชี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ยกเคสเพื่อนบ้านเทียบสร้างได้แต่ไร้คนลงทุน จนกลายเป็นเมืองร้าง
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 12 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายขวัญชัย แสนหิรัณย์ ส.ว. อภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า ในนโยบายที่ 7 ที่รัฐบาลจะเริ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการสานต่อความสำเร็จ ในการปรับโครงสร้างทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกในการต่อวีซ่า ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไรเลย โดยในปี’66 ประเทศมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1.89 ล้านล้านบาท เฉลี่ยแล้วในช่วงเวลา 4 เดือน ประมาณ 6.3 แสนล้านบาท ขณะที่ 4 เดือนแรกของปี’67 รายได้จากการท่องเที่ยวมีเพียง 5.8 แสนล้านบาทเท่านั้น เทียบกับ 4 เดือนของปี’66 รายได้ลดลงประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นนัยสำคัญที่ว่า การเติบโตทางการท่องเที่ยวลดน้อยลง จึงเหมาะสมแล้วที่รัฐบาลจะเร่งแก้ไขด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นายขวัญชัยกล่าวต่อว่า จากนโยบายข้อนี้ ตนตั้งข้อสงสัย 4 ประการ เกี่ยวกับสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลที่แล้วจะดำเนินการคือ 1.โครงการนี้มีอะไรบ้าง 2.สร้างที่ไหน 3.ใครลงทุน ใช้เวลานานแค่ไหน อาจจะต่อสัมปทาน ทุกๆ 20 ปี แต่ตัวเลขการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี ทำให้คิดว่าถ้าเกี่ยวพันกัน เราคงไม่เห็นผลกระทบทันในชีวิตนี้ และ 4.ประชาชนได้อะไร เสียอะไร คือประชาชนได้สถานที่ท่องเที่ยว ได้รายได้เพิ่มจากนโยบายรัฐบาล แต่ถ้าประชาชนได้กาสิโน เพื่มขึ้นมาประชาชนก็จะได้เล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องมาถกเถียงกัน และเกิดความขัดแย้งในสังคม ส่วนประชาชนเสียอะไร ก็เสียโอกาสแน่นอน นักลงทุนต่างๆ จะต้องเจอโครงการของรัฐบาลมาแย่งลูกค้า ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมา
“ผมมีข้อสังเกตต่อการดำเนินการ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ต้องใช้เวลานานแน่นอน ไม่สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วน เพราะสิ่งที่เร่งด่วนตอนนี้คือการแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย วาตภัยมากกว่า และมีผลศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออก ที่สร้างแต่เปิดไม่ได้ กลายเป็นเมืองร้าง หรืออย่างประเทศทางใต้ของประเทศเรา มีโครงการสร้างจนเสร็จและเปิดแล้ว แต่ไม่มีผู้เช่าพื้นที่ เพราะเศรษฐกิจมีปัญหา ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนสำหรับโครงการนี้ไม่น่าใช่ จึงขอให้รัฐบาลปรับรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพสังคม ลดความขัดแย้ง หรือทำให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด เพิ่มกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ” นายขวัญชัยกล่าว

