หน้าแรก การเมือง นายกฯ สวมกอด ...

นายกฯ สวมกอด ปชช. ปลอบเสียงเครือ ยังเหลือชีวิต-กำลังใจ ยันรบ.ช่วยเต็มที่

13.09.24 | 13:57 น.

นายกฯเยี่ยมศูนย์พักพิง ชาวบ้านสวมกอดร่ำไห้ ครวญไม่เหลืออะไรแล้ว เจ้าตัวปลอบเสียงเครือยังเหลือชีวิตและกำลังใจ อ้าแขนบอก ใครอยากกอด ถ่ายรูป จับมือได้หมด ยันรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่ให้กลับเข้าบ้านโดยเร็ว บอกวันนี้ที่กรุงเทพฯมีประชุมสภาส.ส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านฝากกำลังใจมาให้

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 13 กันยายน ที่ จ.เชียงราย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึงบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สาย แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยรถยนต์สีดำ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ จ.เชียงราย

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางมายังวัดพรหมวิหาร อ.แม่สาย ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัย เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัย โดยเมื่อมาถึงนายกฯได้เข้าไปนั่งพูดคุยและสวมกอดชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเข้ามาสวมกอดและร่ำไห้ด้วยความดีใจที่นายกฯไม่ทอดทิ้ง โดยชาวบ้านระบุว่า ชาวบ้านลำบากมาก

แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่ยอมออกจากบ้าน โดยเฉพาะคนแก่ รัฐบาลจึงอยากให้รัฐบาลประกาศย้ำหากมีพายุเกิดขึ้นขอให้ออกมา ขอให้ชาวบ้านที่ไม่ยอม ออกจากบ้านให้ออกจากพื้นที่เพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ที่คนไม่ยอมออกจากบ้านเพราะเมื่อน้ำลดก็มีขโมยเกิดขึ้น เมื่อมีข่าวเช่นนี้ชาวบ้านก็ไม่อยากจะทิ้งบ้านกัน

Advertisement

นายกรัฐมนตรีได้ปลอบชาวบ้านด้วยเสียงสั่นเครือว่าแม้ไม่เหลืออะไรเราก็ยังเหลือชีวิต และรัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมหันไปสั่งการ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้าดูแล จากนั้นนายกรัฐมนตรีหันมากล่าวกับชาวบ้านต่อว่า จากนี้รัฐบาลจะเร่งเข้ามาดูแลเรื่องการเยียวยาให้ดีที่สุด และทราบดีถึงความเร่งด่วนของประชาชนในการเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งต่างร่ำไห้ ระบุว่าไม่เหลืออะไรแล้ว หมดตัวแล้ว ร้องไห้จนไม่รู้จะร้องยังไงแล้ว ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาแล้ว นายกฯจึงบอกว่าแค่นี้ก็เก่งแล้ว ยังเหลือชีวิตและเหลือกำลังใจที่ต่างคนต่างมอบให้กัน

ชาวบ้านระบุว่า ยังมีผู้สูงอายุที่ติดอยู่ในพื้นที่ ยังออกมาไม่ได้ นายกรัฐมนตรีจึงให้เจ้าหน้าที่ทหารขอรายละเอียดเพื่อเข้าไปช่วยเหลือนำชาวบ้านออกจากพื้นที่

นายกรัฐมนตรียังได้ไปพูดคุยให้กำลังใจกับหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ โดยนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปจับที่ท้องพร้อมสอบถามว่าจะคลอดเมื่อไหร่ ขอให้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมโรงครัวพระราชทานและโรงครัวจิตอาสาตำรวจจังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยนายกฯได้มองเตาแก๊ส ก่อนจะพูดแซวว่า “ขอเช็กไฟก่อนว่ามีไฟหรือไม่” ขณะที่แม่ครัวได้ทำเมนูกะหล่ำปลีผัดไข่

โดยนายกฯบอกว่า เป็นเมนูโปรด และอย่างนี้เด็กๆ ก็ทานได้ ทั้งนี้แม่ครัวได้ขอให้นายกฯทำไข่เจียว แต่นายกฯปฏิเสธ และระบุเพียงว่า “แค่มาดู” แต่อย่างไรก็ตาม ที่โรงครัวพระราชทานนายกฯได้ทดลองผัดเมนูไก่กระเทียม พร้อมระบุว่า ตะหลิวอันนี้หนักมาก รักที่สุด

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพจากสำนักนายกรัฐมนตรีและยาจากกระทรวงสาธารณสุข โดยกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ไปเยี่ยมศูนย์พักพิงเจอหลายคน พร้อมยังได้ไปดูสถานที่มา ทราบว่าทุกคนเจอหนักจริงๆ รอบนี้หนักจริงๆ วันนี้ที่มาอยากให้กำลังใจทุกคน และอยากเน้นย้ำในเรื่องเหตุการณ์หลังจากนี้ เพราะเหตุการณ์ทุกวันนี้เรามีอาหาร มีหน่วยความมั่นคง มีจิตอาสาที่ช่วยพวกเรา พี่น้องเราที่ยังติดอยู่ คอยส่งอาหารและรับข้อมูลจากเขามา

ซึ่งวันนี้กระแสน้ำเริ่มเบาลงแล้ว พรุ่งนี้ก็จะเบาลงอีก ฉะนั้นคนที่ติดอยู่มีโอกาสที่จะช่วยออกมาได้เยอะขึ้น ซึ่งได้ย้ำว่า ถ้ายังช่วยไม่ได้อย่างน้อยๆ ให้ส่งอาหารและเครื่องดื่มจะได้มีแรงรอให้กระแสน้ำลด ไม่เช่นนั้นรอนานๆ หิวแย่ จึงอยากให้ส่งข้าวให้ถึง และคนที่มาอยากพูดออกจากใจ ทุกคนเก่งมากที่วันนี้ยังยิ้มอยู่ รู้เลยว่าเหตุการณ์นี้หนัก บางคนพูดและบอกว่าไม่เหลืออะไรแล้ว เสียหายหมดเลย

นายกฯอยากจะบอกว่ายังเหลือชีวิต เหลือกำลังใจนะ เหลือความหวัง สิ่งที่เหลืออยู่วันนี้ให้ภูมิใจในตัวเองว่าเก่งที่เจอเรื่องขนาดนี้แล้วยังอยู่ตรงนี้ ยิ้มกันได้รับกันได้ เก่งมากๆ ซึ่งตัวนายกฯและคณะรัฐมนตรี สิ่งที่จะช่วยได้หลังจากนี้ในเรื่องของการเยียวยาและบ้านพักต่างๆ ที่มีดินโคลนเลอะเทอะ

จะพยายามให้ดูแลตรงนี้ให้เร็วที่สุด ทุกคนจะได้กลับไปอยู่แบบเดิมได้เร็วๆ และอยากให้การเยียวยาเข้าถึงทุกๆ คนอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งอยากให้เร็วจริงๆ เพราะทุกคนรอมานานแล้ว แต่เรื่องน้ำคงจะค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว ที่มาวันนี้อยากมาให้กำลังใจด้วยความจริงใจกับทุกคน

“ใครอยากจะถ่ายรูปก็ได้นะ จับมือก็ได้ มากอดกันสักทีก็ได้นะ แบบไหนดี ซึ่งต้องขอบคุณรัฐมนตรีทุกคนแล้ววันนี้กรุงเทพฯกำลังประชุมสภากันอยู่ ทุกคนก็ส่งกำลังใจมา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ทุกคนส่งกำลังใจมา ขอให้ทุกคนมีแรง มีกำลังใจเยอะๆ“

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพ และระหว่างมอบถุงยังชีพนายกฯได้พูดคุยกับคุณตาวัย 84 ปี ซึ่งคุณตาได้อวยพรให้นายกฯแข็งแรงและอยู่เป็นนายกฯนานๆ