หน้าแรก การเมือง วราวุธ เตรียม...

วราวุธ เตรียมขอครม.ให้เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า 600 บ. ชี้ เบี้ยคนชรา 1 พันบาท ต้องศึกษาให้ดี

13.09.24 | 16:18 น.

“วราวุธ” แจง เตรียมขอ ครม.ให้เงินอุดหนุนถ้วนหน้าเด็ก 600 บาท ส่วนเบี้ยคนชรา 1 พันบาท ใน 5 ปี ต้องใช้เงินเกือบ 2 แสนล้าน ชี้ต้องศึกษาให้ดี เพราะสังคมสูงวัยจะเพิ่มขึ้นเหมือนสึนามิ สวนทางกับวัยทำงาน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่รัฐสภา การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

เวลา 14.20 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้แจงว่า ในเรื่องของเด็ก ตนเห็นด้วยที่จะให้เบี้ยดูแลเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี จำนวน 600 บาท และทุกปีมีเด็กจำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่ได้รับโดยมีตกหล่นยังได้ไม่ทั่วถึง และต้นทุนในการที่จะไปสำรวจคัดกรองบางครั้งก็ใช้เงินพอๆ กับการที่จะเอาเงินจำนวนนี้ไปให้เด็กทุกๆ คนถ้วนหน้า ประมาณ 3.2 แสนกว่าราย ดังนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ พม. ในช่วงที่ผ่านมามีการส่งเรื่องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะขอให้ 600 บาท จากไม่ถ้วนหน้ากลายเป็นถ้วนหน้า นอกจากนั้นเกี่ยวกับผู้สูงอายุตอนนี้อยากได้เงินกันคนละ 1,000 บาททุกคน ซึ่งในการประชุม ครม.ครั้งที่ผ่านมาเราเห็นด้วยแต่ตัวเลขในการที่ให้กับผู้สูงอายุ 1,000 บาท แต่หากยังไม่ต้องให้ 1,000 บาท แต่ให้เป็นขั้นบันไดในปี 2568 จะต้องใช้เงินประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 เราใช้เงินอยู่ที่ 8.4 หมื่นล้านบาท ถ้าหากจะเปลี่ยนจากขั้นบันได 600-1,000 บาท ไปเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า ปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุอยู่ประมาณ 13.5 ล้านคน ได้เบี้ยอยู่ประมาณ 10.5 ล้านคน แต่จะปรับเปลี่ยนจากขั้นบันไดให้เป็น 1,000 บาทและเป็นถ้วนหน้านั้นแค่ปี 2568 เราจะต้องใช้เงินงบประมาณ 1.67 แสนล้านบาท

“ถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ภายใน 5 ปี คือปี 2573 เราต้องใช้เงินเกือบ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ตนเชื่อว่าหลายหน่วยงานจะต้องหารือกันว่าเรามีงบประมาณเพียงพอที่จะจ่ายในจำนวนนี้หรือไม่ เพราะคงทราบดีว่าสังคมไทยจากนี้ไปปริมาณของผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้นเหมือนอย่างสึนามิ เพราะจำนวนประชากรในแต่ละปีที่กำลังจะเกิด และกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัยนั้นปีละเกือบ 1 ล้านคน ดังนั้นต้องเตรียมเผื่อไว้ด้วยว่าอีก 5 ปีจากนี้เมื่อประชากรผู้สูงอายุประมาณ 15-16 ล้านคนแล้ว กำลังในการที่จะจ่ายจะเพียงพอหรือไม่ ซึ่งสวนทางกับจำนวนประชากรที่จะอยู่ในวัยทำงานและเสียภาษีได้ ยืนยันว่าเรื่องเด็กและผู้สูงอายุทาง พม.ได้ส่งเรื่องเข้า ครม.แล้ว แต่บังเอิญเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลจึงโดนตีกลับมา ขณะนี้เรากำลังส่งเรื่องกลับเข้าไปใน ครม.อีกครั้ง” นายวราวุธกล่าว