‘พิชัย’ เตือน ‘โรม’ เลิก วาทกรรมสาดโคลน ชี้ ส.ส.รุ่นใหม่อย่ากลายพันธุ์เป็น รุ่นเก่า
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจในการอภิปรายของนายรังสิมันต์ โรม ที่ต่ำกว่าคุณภาพมากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่ตนเองเพิ่งชื่นชมนายรังสิมันต์ในสภา เทียบเคียงกับ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่อภิปรายมีข้อสังเกตดีเยี่ยม เปรียบเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคแทนเทียบชั้น นายพิธา นายธนาธร นายปิยบุตร และช่อ แต่กลับต้องผิดหวังและไม่คิดว่านายรังสิมันต์ ที่เป็นตัวแทน ส.ส.คนรุ่นใหม่ จะกลายพันธุ์เป็น ส.ส.รุ่นเก่า ใช้เพียงการสร้างวาทกรรมสาดโคลน และพาดพิงให้คนอื่นเสียหายเท่านั้น
นายพิชัยกล่าวว่า ข้อวิจารณ์เรื่องยาเสพติดและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่ามีนายใหญ่ได้เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการกล่าวหาแบบไม่มีหลักฐาน พาดพิงบุคคลอื่นให้เสียหาย เพราะการลงทุนในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ใช้เงินมหาศาล มุ่งหวังที่จะเอาเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นมาบนดิน ในกระบวนการต่างๆ ต้องอาศัยการลงทุนของภาคเอกชน และจำเป็นต้องดึงดูดผู้สนใจมาลงทุน ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับนายใหญ่ที่ท่านพูดถึง ดังนั้น จึงอย่าพูดแบบไร้หลักฐาน เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน
“อีกประเด็นคือการกล่าวหาว่า นายกฯถูกสั่งจากแสงจันทร์ ถือเป็นวาทกรรมที่ไร้วุฒิภาวะ วันนี้ควรหยุดพูดกันได้แล้วว่าจะมีใครมาสั่งนายกฯได้ วันนี้นายกฯถือเป็นเบอร์ 1 ของการบริหารราชการแผ่นดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากทุกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ไม่มีใครจะสั่งนายกฯได้ ในทางกลับกัน ถ้าผมพูดบ้างว่า เวลานายรังสิมันตร์อภิปราย มีใครสั่งได้บ้างให้พูดเรื่องนั้น เรื่องนี้ จะว่าอย่างไร” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวต่อว่า นายรังสิมันต์ได้มีโอกาสเป็นประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ก็น่าจะเป็นเกียรติ แต่ยังคงไม่มีประสบการณ์ในการบริหาร ดูจะตื่นเต้นกับข้อมูลหน่วยงานของต่างประเทศ จนลืมไปว่าการบริหารจัดการอาชญากรรมข้ามชาติมีมากกว่าตัวเลข เพราะตั้งแต่ปี 2545 ที่ยาเสพติดลดลงเพราะว่าเราจริงจังกับการจัดการผู้ค้ายาเสพติด ในปี 2544 เราจับเฮโรอีนเกือบ 100 ตัน ทางทะเล โดยกองทัพเรือ เพราะการทำงานร่วมกันเป็นเวลานาน จนรัฐบาลได้รับการยอมรับจากนานาชาติ หลังจากปฏิวัติในปี 2549 เกิดอะไรขึ้นนายรังสิมันต์อาจจะเด็กไป ไทยขาดการสนับสนุนข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะการยอมรับในรัฐบาลของไทยต่ำลง นายรังสิมันต์คงไม่ทราบว่า ข่าวกรองและข้อมูลที่ได้รับทุกครั้ง จะต้องใช้เวลาประมวลผลและเตรียมการ ในการจับกุมหรือหยุดยั้งหลายปี
“หากนายรังสิมันต์มีประสบการณ์ จะรู้ว่าการกล่าวหารัฐบาลโดยไม่มีข้อมูลและไปโยงใยจับแพะชนแกะกับนโยบายช่วยเหลือประชาชนอื่นๆ เช่น การจัดตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดการลงทุนต่างชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและลดอาชญากรรมท้องถิ่นที่เกิดจากการพนัน ทำให้มีเงินมาให้เป็น ทุนการศึกษาเด็ก เพื่อสร้างโอกาสนั้น ไม่ได้เป็นการช่วยประเทศ แต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในการลงทุน ทำให้ประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านเห็นว่านายรังสิมันต์เก่งในการสาดโคลน มากกว่าการอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า ต่อประเด็นบัญชีม้า นายรังสิมันต์คงจะไปสนใจแต่ปริมาณบัญชีม้า 500 บัญชีม้าที่เฝ้าจนไม่ได้ดูเลยว่าวันนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้สั่งปิดซิมม้ากว่า 2 แสนซิม และอีกกว่า 15,000 บัญชี ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สั่งระงับการใช้ ที่นายรังสิมันต์ไม่ทราบ คงเป็นเรื่องอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรมว่า กระบวนการที่จะหยุดอาชญากรรมต่างๆ ได้ ต้องพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป นายรังสิมันต์เคยได้สัมภาษณ์ผู้ต้องหาคดีบัญชีม้าไหม เวลาเขาอุ้มลูกมา ร้องไห้ บอกไม่มีอันจะกิน เลยต้องไปรับเงินค่าจ้าง มันเกิดจากอะไร หลายปีมานี้ไทยขาดอะไร สภาพเศรษฐกิจมันเป็นอย่างไร ขอย้ำว่า รัฐบาลปัจจุบันรู้โลกแห่งความเป็นจริง บริหารงานจากข้อเท็จจริง ประสบการณ์จริง ไม่ใช่ไปตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ แล้วเอามาเปิดให้โลกรู้ โดยไม่รู้ถึงผลกระทบของมัน ไม่รู้ถึงความลึกซึ้งของปัญหา
“ขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลนี้ไม่มีนายกฯม้าแบบที่มีการสาดโคลนขึ้นมาโดย ส.ส.คนรุ่นใหม่ มีแต่นายกรัฐมนตรีที่ถูกต้องตามกฎหมาย บริหารประเทศจริง นั่งประชุม ครม. อยู่หัวโต๊ะด้วยตัวเองจริง พร้อมทั้งได้รับการยอมรับจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทุกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลจริง ข้อเท็จจริงตรงนี้ ขอฝากให้ ส.ส.รังสิมันต์ได้ทบทวน เพื่อเตรียมการอภิปรายในหนต่อไปให้ดีเหมือนที่เคยปฏิบัติมา” นายพิชัยกล่าว


