หน้าแรก การเมือง ปธ.กกต. ลุยดู...

ปธ.กกต. ลุยดูเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลก ชี้ยังไม่มีร้องเรียน เตือนวิจารณ์ไร้หลักฐานระวังผิดกม.

15.09.24 | 11:53 น.

ประธาน กกต. ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งซ่อมเขต1 พิษณุโลก ระบุยังไม่มีเรื่องร้องเรียนทำผิดกม. คาดรู้คะแนนไม่เกิน3ทุ่ม เตือนคนวิจารณ์ไร้เหตุผลระวังผิดม.73

เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 15 กันยายน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตัั้ง ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก เขตเลือกตั้ง ที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง หน่วยแรก หน่วยเลือกตั้งที่ 11 หมู่ 3 ตำบลอรัญญิก ณ บริเวณโดมอเนกประสงค์เทศบาลเมืองอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก โดยมี นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรฯ พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ที่ 1 ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก และนายพงษ์ศักดิ์ รัตนมณเฑียร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก พร้อมคณะ ร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อมูลรายละเอียด

นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนเรื่องผลคะแนนจะทราบอย่างไม่เป็นทางการถ้าให้ชัวร์ก็ไม่เกิน 21.00 น. เพราะแต่ละหน่วยเลือกตั้งมีผู้ใช้สิทธิ 600-800 คน ใช้เวลาในการนับคะแนนหน้าหน่วยคงไม่เกินชั่วโมงครึ่ง จากนั้น 208 หน่วยก็จะต้องส่งไปที่ศูนย์ เพื่อตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง นั่นจึงจะทำให้มั่นใจได้ว่าการนับคะแนนทั้ง 208 หน่วยเป็นไปด้วยความถูกต้อง และสามารถประกาศผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้

เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นการแข่งขันของสองขั้วพรรคการเมืองจะส่งผลให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิมากหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ถ้าดูจากตัวเลขของเขตเลือกตั้งที่ 1 ในการเลือกตั้งปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิถึง 75.18 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูง แต่แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าแต่ก็ขอความร่วมมือประชาชนที่มีสิทธิออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ของการรักษาสิทธิในการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด

Advertisement

ส่วนการทำงานในการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยคือนับช้าๆ นับชัดๆ เมื่อมีการทักท้วง ให้อธิบายให้ชัดเจน ให้ระบุถึงระเบียบข้อไหน ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ในกรณีที่ต้องถึงขั้นมีการคัดค้านทักท้วง ก็สามารถทำได้ตามระเบียบคือจะต้องมีการกรอกข้อมูลแบบคัดค้านการลงคะแนนแล้วยื่น แล้วค่อยเข้าสู่กระบวนการการพิจารณาของ กกต. ดังนั้นแล้วเราจะพยายามทำเรื่องการนับคะแนน ให้ดีที่สุดทั้งเรื่องการเคลื่อนย้ายบอร์ด ให้ใกล้กับผู้ที่มาสังเกตการณ์การนับคะแนน ทั้งเรื่องไฟส่องแสงสว่างจะให้มีเพียงพอให้มองเห็นได้ชัด จะทำให้โปร่งใสมากที่สุด

เมื่อถามว่าในโซเชียลมีการกล่าวหาถึงการซื้อสิทธิขายเสียงกัน นายอิทธิพรกล่าวว่า การออกมากล่าวหาหรือพูดแบบคาดคะเนไม่ผิด แต่อยากจะให้หลีกเลี่ยง การสร้างข่าวหรือสร้างความสับสนให้เกิดการไขว้เขว ต้องบอกว่าเขตหนึ่งในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่มีเรื่องร้องเรียนและครั้งนี้ก็ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน ดังนั้นแล้วอยากให้คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่มีเหตุผล ขออย่าทำเลยเพราะไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อการเลือกตั้ง และการเมืองของไทย

เมื่อถามย้ำว่าการทำลักษณะนี้จะมีความผิดหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า มันมี ผู้ใดกระทำการหลอกลวงใส่ร้าย มาตรา 73 (5) บอกว่าอาจจะมีความผิด แต่นั่นก็ต้องมีผู้ร้อง หรือมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อ กกต. มีพยานหลักฐานชัดเจนเราถึงจะดำเนินการ อย่างไรแล้วก็ขอให้ระมัดระวังด้วย