หน้าแรก การเมือง ธีรรัตน์ ตอบก...

ธีรรัตน์ ตอบกระทู้แทนนายกฯ จ่อใช้แอพพ์ทางรัฐ รับสิทธิเยียวยาน้ำท่วม เล็งลดค่าน้ำ-ไฟ

16.09.24 | 13:39 น.

ส.ว.จี้ถามเยียวยาหลังน้ำท่วม ‘ธีรรัตน์’ แจงมาตรการเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยทุกด้านเร่งด่วน เพิ่มงบจังหวัดเป็น 100 ล้าน เล็งลดค่าน้ำ-ไฟ อาจไม่ต้องจ่าย ใช้แอพพ์ลงทะเบียนรับสิทธิเยียวยา พร้อมมีมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว คุยเมียนมาหาที่เก็บน้ำร่วม เตรียมนำผลศึกษาในอดีตมาบูรณาการทุกภาคส่วนแก้ปัญหา

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 16 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาถามกระทู้ด้วยวาจา เรื่องการเยียวยาหลังน้ำท่วม ของ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ส.ว. เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯมอบหมายให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้แทน

นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วมทั้งที่ จ.เชียงราย หนองคาย อุบลราชธานี มุกดาหาร เพราะชาวบ้านกังวลว่าจะฟื้นฟูเยียวยาอย่างไร เมื่อไหร่ กี่โมงถึงจะได้การเยียวยา เพราะปัญหาหลังน้ำท่วมคือโคลนที่จะต้องทำความสะอาด ซึ่งมีองค์กรภาคเอกชนจำนวนมากร่วมมือร่วมแรงใจในการทำความสะอาดบ้าน ดังนั้น ภาครัฐคงจะต้องเน้นเรื่องนี้ด้วยการส่งเครื่องมือเข้าไปช่วย เพราะเครื่องมือหนักๆ ไม่ใช่จะมีทุกที่

นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าวว่า ที่สำคัญมาตรการภาครัฐมีมาตรการเยียวยาผู้ที่เสียหาย ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่งทราบว่ามีมาตรการอยู่แล้ว แต่จะรอจนน้ำแห้งหมดแล้วค่อยไปเยียวยา หรือจะให้ทันที หากให้ทันทีก็ขอให้รวดเร็ว เป็นธรรม และมาตรการค่าน้ำ ค่าไฟ จะลด หรือไม่เก็บเป็นเวลา 1 เดือน และหากเป็นไปได้ขอให้ลด หรืองดเว้นค่าโทรศัพท์รายเดือนได้หรือไม่ รวมทั้งการฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรมด้วย ขอให้มีความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันต่อเวลา และขอให้รับปากว่าจะใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

น.ส.ธีรรัตน์ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ และรู้ว่าความเดือดร้อน ทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนคือหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องรีบดำเนินการให้สถานการณ์นั้นกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เราทราบข่าวเรื่องของฝนมา พายุมา มรสุมมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศเพื่อนบ้าน และฝนที่ตกหนักในภาคเหนือของไทย และเราได้ดำเนินการทุกช่องทางในการเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ

น.ส.ธีรรัตน์ชี้แจงว่า แต่จากภาพที่เราเห็นน้ำมาเร็ว มาแรง และมาเป็นจำนวนมากจริงๆ แต่ไม่ได้ทำให้เราท้อถอย เรายังคงเตรียมการซักซ้อมในพื้นทื่โดยรอบและพื้นที่ที่น้ำจะไปถึง และเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ไปที่ด่านแม่สาย และเห็นว่าในพื้นที่มีความเสียหายมาก สภาพโคลนที่มีความหนา แค่บนถนนที่ทำการชะล้างแล้วยังสูงถึงประมาณ 1 ฟุต ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น วันนั้นน้ำยังมีปริมาณที่มาก สูงและแรง พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบมีกำลังใจที่ดี เมื่อได้เห็นการทำงานของทางภาครัฐที่เดินทางเข้าไป ต่างเข้ามาโผกอดและส่งมอบกำลังใจให้กัน สร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะไม่ทิ้งพวกเขาแน่นอน

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวต่อว่า เรื่องการเยียวยาและชะล้างโคลน นายกฯได้สั่งการโดยเร่งด่วน ไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ มีสรรพกำลังให้ลงไปช่วยเหลือกัน เช่น กระทรวงกลาโหม โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ส่งหน่วยงานทั้งกองทัพภาค 3 และหลายหน่วยงานเข้าไประดมกำลังในพื้นที่ จะเห็นภาพชัดเจนว่ากำลังทหารทั้งทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ ต่างเอาเครื่องมือที่มีอยู่ลงไปช่วยเหลือกัน มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเห็นว่าพี่น้องประชาชนทั้งที่ติดอยู่ในชั้น 2 และไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้ก็ลำเลียงเครื่องมือเข้าไปในที่เกิดเหตุมีการขนย้ายผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง เด็กเล็กออกมาจากพื้นที่เกิดเหตุ โดยปลอดภัย

สำหรับการทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลดนั้น รมช.มหาดไทยกล่าวต่อว่า การทำความสะอาดครั้งเดียวไม่เพียงพอ เรายัตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เพราะภาพที่เห็นจะเห็นโคลนสูงไปถึงชั้น 2 ดังนั้น การทำความสะอาดครั้งเดียวไม่เพียงพอ จึงต้องลงไปดูแลและช่วยจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ทางกองกำลังจึงจะถอนกลับมา โดยบ้านใดที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็จะถอนกำลังไปช่วยที่อื่น แต่ถ้าบ้านใดที่มีสมาชิกไม่เพียงพอ ก็สามารถร้องขอมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทันที หรือทางช่องทางฮอตไลน์ต่างๆ ในการส่งข้อมูลข่าวสาร ซึ่งตนได้รับการติดต่อจากหน่วยกู้ภัยที่ลงไปในพื้นที่ว่ายังขาดเครื่องมือไปจุดนั้น จุดนี้ เมื่อได้รับเรื่องมาก็ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือดำเนินการต่อ นี่คือการดำเนินการอย่างเหมาะสมและรวดเร็วเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแล ถือว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน จิตอาสา และทุกภาคส่วน

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็ลงไปดูแลในพื้นที่หนองคาย เพราะน้ำจะลงไปทางร่องน้ำโขง พี่น้องประชาชนลุ่มน้ำโขงจะได้รับผลกระทบ จึงไปเยี่ยมที่ศูนย์อพยพผู้พักพิง มีการนำอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องผลิตน้ำประปาลงไป และมีดำริในเรื่องการป้องกันโจรขโมยที่ขณะนี้พี่น้องประชาชนไม่กล้าย้ายออกจากบ้านเพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน จึงนำเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวน ลงไปดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน

“วันนี้ขอให้ประชาชนรักษาชีวิตของท่านไว้ ส่วนการเยียวยา การฟื้นฟู การซ่อมแซมบ้านเรือนต่างๆ รัฐจะช่วยเหลือเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ จะต้องออกให้ทันเหตุการณ์ วันนี้ทุกคนลงไปแบบไม่ได้คิดถึงว่าจะได้รับอะไรตอบแทนมาบ้าง แต่ขอให้ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่เราจะไม่ละเลย และต้องสนับสนุนขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างานอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน

แม้แต่อาสาสมัครที่ลงไปช่วยพี่น้องประชาชน และระหว่างเดินทางกลับที่พักได้ประสบอุบัติเหตุ เราขอแสดงความเสียใจ และได้รับรู้ว่าเขาคือผู้เสียสละ และจะมีการให้ขวัญและกำลังใจกับครอบครัวของเขาด้วย ในสิ่งเหล่านี้รัฐบาลได้รับทราบ” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) ได้มีการประชุมกันที่ ปภ. ซึ่งมีภารกิจดูแลสาธารณูปโภคให้กับพี่น้องประชาชนด้วย มีการตั้งโจทย์ไว้ในเรื่องของการแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ถ้าเป็นไปได้ไม่จำกัดในเรื่องของข้อระเบียบ หรือข้อบังคับใดๆ ก็ขอให้ลดจนไม่ต้องจ่ายเลยในช่วงนี้ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการแบ่งเบาให้ได้มากที่สุด และขั้นตอนต่อไปจะนำเข้า ครม.เพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง

รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ส่วนการเยียวยาผู้ประสบภัย ได้รับทราบว่าในวันนี้ (16 ก.ย.) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือผลกระทบจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในระยะแรกจะใช้จ่ายจากเงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวนหนึ่ง ทุกจังหวัดใช้เวลาในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ที่ 20 ล้านบาท เรามีในส่วนนี้ที่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดำเนินการร่วมกัน หากไม่เพียงพอ หรือเกินขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดจะสามารถจ่ายเงินทดลองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังได้เลย ว่าด้วยเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ 2562 และเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกจังหวัดได้วงเงินขั้นต้น

“เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับทราบว่ากรมบัญชีกลางได้อนุมัติให้จังหวัดที่ประสบภัยในภาคเหนือแล้ว เพิ่มขึ้นเป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท ถือว่าเป็นการทำงานที่รวดเร็วและไม่มีการกระจุกตัวอยู่แค่ส่วนกลางเท่านั้น แต่เรากระจายอำนาจให้หน้างานสามารถตัดสินใจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้โดยเร็วที่สุด” รมช.มหาดไทยกล่าว

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวย้ำว่า นายกฯไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งศูนย์บัญชาการซึ่งจะมีการประชุมกันในบ่ายวันนี้ด้วย จะมีการรวมกำลังของรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันทำงาน และวันนี้มีการตั้งศูนย์กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ ปภ.แล้ว จะทำให้การรับรู้ข้อมูลและการส่งต่อข้อมูลการสื่อสารต่างๆ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีเอกภาพในทิศทางเดียวกัน ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยต่างๆ ลงไปเป็นจำนวนมาก เราจะเห็นภาพชุลมุนวุ่นวาย แต่เราจะเห็นจิตใจและความเสียสละของทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือจริงๆ ใครทำอะไรได้ทำก่อนช่วยเหลืออะไรได้ช่วยก่อน ซึ่งถือเป็นค่านิยมที่ดีของประเทศไทยของเราที่มีสืบต่อกันมาทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ เราจะได้เห็นการรวมใจช่วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเสมอ

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวถึงการนำเสนอ ข้อสรุปถึงการสั่งการของนายกฯผ่านไปยังกระทรวงต่างๆ ที่อยู่ในกำกับได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนว่า ส่วนแรกอย่างที่ได้รับทราบว่าน้ำที่มาจำนวนมากส่วนหนึ่งมาจากจากต่างประเทศด้วย จึงมีแผนที่จะเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา โดยทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนที่เดินทางไปแม่สาย ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวเมียนมาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และต้องขยายพื้นที่รับน้ำระหว่างสองประเทศ เพราะในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก เราจึงต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือ โดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย จะร่วมมือในการทำงาน เร่งพิสูจน์สัญชาติผู้ประสบภัย เพื่อที่จะให้ได้รับเงินเยียวยายังทั่วถึง การเร่งซ่อมแซมสะพานที่ขาดและชำรุด ดูในเรื่องการเดินทางของพี่น้องประชาชนให้สามารถเดินทางติดต่อการได้อย่างปลอดภัย การควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

รมช.มหาดไทยกล่าวว่า รวมทั้งการหามาตรการเร่งด่วนเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนและผลักดันระบบ SMS Alert ต้องมีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้มีความคืบหน้าเมื่องบประมาณปี 2568 ผ่านสภาฃฯ เราจะสามารถผลักดันให้ระบบนี้ใช้ได้จริงทันที การให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือนและถนน รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือน การใช้แอพพ์ทางรัฐเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิเยียวยาเพื่อให้พี่น้องประชาชนสะดวกในการที่จะใช้มือถือติดต่อกับทางภาครัฐได้โดยตรง ไม่ใช่ใช้เฉพาะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเท่านั้น แต่จะให้เป็นที่รวบรวมข้อมูลพื้นฐานของพี่น้องประชาชนให้ได้รับการช่วยเหลือทันที ไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบสิทธิพื้นฐาน

รมช.มหาดไทยกล่าวต่อว่า การอพยพพี่น้องประชาชน สัตว์เลี้ยง เป็นหน้าที่ที่ทำงานร่วมกันของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรฯ การดูแลความเป็นอยู่ในศูนย์อพยพ การดูแลยารักษาโรคกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ที่น้ำกำลังลงไปถึง การดำเนินการเกี่ยวกับการเตือนภัยในพื้นที่สูง ทางกรมทรัพยากรธรณีมีความพร้อมที่จะรับมือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเร่งตรวจสอบ เร่งปรับปรุงการเสริมความเข้มแข็งในคันกั้นน้ำ ระบบระบายน้ำ โดยกระทรวงเกษตรฯและมหาดไทยจะทำงานร่วมกัน การตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ

“จาการลงพื้นที่พบว่าน้ำ อาหารมีอย่างทั่วถึงเพียงพอ เราคาดการณ์สถานการณ์ว่าน้ำยังคงมีต่อเนื่องใน 2-3 สัปดาห์นี้ ดังนั้น การช่วยเหลือจึงสามารถลำเลียงไปได้ การจะใช้งบกลางในการดูแลพี่น้องประชาชนจะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จะต้องลดข้อจำกัดในการช่วยเหลือประชาชนให้หมดไป ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำในระยะยาวที่ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ เราตั้งใจที่จะทำมาหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว ไม่อยากให้พูดถึงว่าทำไมเดี๋ยวน้ำท่วม เดี๋ยวน้ำแล้ง ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เคยประสบปัญหานี้เช่นกัน

ดังนั้น วันนี้เรามาร่วมกันทำงาน มาเริ่มก้าวนับหนึ่งอีกครั้ง โดยการนำผลการศึกษาในอดีต นำปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาทำงานแบบบูรณาการและทำให้งานสำเร็จโดยเร็ว มั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนอย่างดี และต้องขอบคุณ ส.ว.ที่ห่วงใยพี่น้องประชาชน เรายินดีที่จะรับฟังความเห็นของทุกคนที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนขอให้สื่อสารและส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นมายังพวกเราจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สั่งสูงสุด” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว