เรียงคนมาเป็นข่าว : ชโลทร วันอังคารที่ 17 กันยายน 2567
●…ทุกข์ร้อนจาก “น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์” จาก “ภาคเหนือ” ลงสู่ “อีสาน” งานหนักของรัฐบาลที่มา “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นผู้นำ แน่นอน ไม่ใช่แค่ลุยน้ำ แจกของ ให้กำลังใจ แต่ต้องเป็นการเยียวยา แก้ปัญหาให้ชีวิตผู้ประสบภัยกลับมาเป็นปกติ ซึ่งน่าจะต้องใช้เงินมหาศาล ทำให้ภาระที่หนักอยู่แล้วในการจัดสรรงบประมาณ ที่มี “นโยบายเรือธง-ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นเจ้าของเงินก้อนใหญ่อยู่แล้ว แต่ที่น่าจะหนักกว่านั้นคือ “การศึกษาเพื่อรู้สาเหตุที่แท้ของมหาอุทกภัย” และ “แผนการบริหารจัดการน้ำ” ซึ่งการลงมือให้เป็นไปตามแผน ต้องเป็นระดับ “อภิมหาโปรเจ็กต์” ที่หมายถึงต้องใช้ “เงินก้อนใหญ่มหาศาล” ที่สำคัญต้นเหตุที่ลึกไปกว่า “ความเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโลก” ที่ต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการ “งานระหว่างประเทศ” ชั้นสูง ซึ่ง “พลังอำนาจในการต่อรอง” ต้องสร้างให้มีเพียงพอ
●…เมื่อมองเห็น “ความท้าทาย” ของปัญหาประเทศชัด “นโยบาย” จึงเห็นแล้วมีความหวัง แต่ “การทำนโยบายให้เป็นจริง” ในประเทศที่ “โครงสร้างอำนาจ” คือ อุปสรรคใหญ่ของการจัดการให้นโยบายเป็นจริง ที่ “ดิจิทัลวอลเล็ต” แสดงให้เห็นชัดว่าทั้งที่เป็น “โครงการที่ฟังภายรวมของผลที่จะเกิดขึ้น” แล้ว นับว่าเป็น “ความหวังของการพัฒนาที่ยอดเยี่ยม” แต่ถึงวันนี้ “กฎหมายล้าหลัง” และ “กลไกที่ไว้วางใจไม่ได้” ว่าจะเอาเป้าหมายทางการเมืองที่มองว่าอยู่คนละฝ่ายมาใช้ “ทำลายล้าง” อีกหรือไม่ บังคับให้ “โครงการสุดยอด” เหลือเป็นแค่ “เงินมหาศาล” ไปกับแค่ “แจกเงิน” ให้กับคนที่อาศัยฐานข้อมูลที่ “ลุงตู่” ทำไว้ตั้งแต่ โดยไม่รู้ว่า “ความเปราะบาง” เปลี่ยนไปเป็นใครแล้ว
●…ที่ผู้คนชะเง้อชะแง้ตั้งตารอ คือ “นโยบายแก้หนี้” ที่เป็นทุกข์ของ “เอสเอ็มอี” และ “บุคคล” ที่ตามนโยบายรัฐบาลจะซื้อหนี้จากแบงก์มาทำ “แฮร์คัท” ลดภาระให้ “ลูกหนี้” แต่อย่างว่าที่จะใช้ก่อนคือ “ธนาคาร” ที่จะลดภาระจากหนี้เสีย แม้จะกำไรน้อยลง แต่ “ดีกว่าไม่ได้” ใช้ “งบประมาณของรัฐ” มาแก้ปัญหา เป็นอย่างที่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” เพิ่งชี้ให้เห็น “สำนึกความรับผิดชอบร่วม” ของ “แบงก์ชาติ” โดยมองผ่านการแก้ปัญหา “คอลเซ็นเตอร์” ที่ว่า “ความเดือดร้อนของประชาชน” ควรที่ “ธนาคารผู้รับฝากเงิน” จะต้องร่วมรับผิดชอบ
●…หลังจัดตั้ง “ข้ามขั้ว” รัฐบาลที่มี “พรรคเพื่อไทย” เป็นแกนนำ ดูการสื่อสารกับฐานเสียงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเข้าใจกัน การทำความเข้าใจก่อนหน้านั้นมี “ภูมิธรรม เวชยชัย” เป็นผู้ทำหน้าที่หลัก แต่ในฐานะที่ต้องแบกรับยุทธศาสตร์พรรค ที่ต้อง “เคลียร์ความไว้วางใจกับทุกฝ่ายในกลไกอำนาจ” บ่อยครั้งถ้อยคำที่แสดงออกจึงทำให้ “ผู้ได้ยินได้ฟังต้องถอนใจ” รับรู้ถึง “ไม่แคร์จะรู้สึกอย่างไร” วันนี้ได้ยินข่าว “จักรภพ เพ็ญแข” จะมาเป็น “โฆษกรัฐบาล” ซึ่งเท่าที่ติดตามการแสดงออกของสติปัญญาแล้ว น่าจะก่อความเปลี่ยนแปลงในทางที่ทำให้ประชาชนเข้าใจรัฐบาลได้มากขึ้น แน่นอนว่าเป็นประโยชน์ยิ่ง หาก “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรีที่ “ใช้คนเป็น”
●…หลังพรรคแทบล่มสลาย เพราะเกม “อยากเป็นนายกฯ” โดยประเมิน “ภาพรวมที่เป็นจริงทางการเมือง” ไม่เคลียร์ ทำให้ “พลังประชารัฐ” แตกเป็นเสี่ยง และมีแนวโน้มสู่ “ล่มสลาย” ขุนพลที่เหลืออยู่ไม่หยุดสสารฝันสุดท้ายที่ “ลุงขอเป็นเบอร์หนึ่งบ้าง” ปรับโครงสร้างวางคน สะท้อนชัดถึง “ยุทธศาสตร์ขยายนิติสงคราม” ระดมเงินจ้างไพร่พลไล่ทำลายล้างทุกคนทุกฝ่ายเต็มที่ ไม่สนเสียงเตือน “เหลือเงินไว้ใช้ช่วงสุดท้ายของชีวิตบ้าง” ถึงวันนี้ถูกโต้กลับด้วย “คลิปเสียงจากโทรศัพท์” สภาพตอนนี้คือแทนที่จะเป็น “นิติสงครามที่ขจัดอุปสรรคความทะเยอทะยาน” กลับต้อง “ไล่ฟ้องดะเพื่อปกป้องตัวเอง” ด้วยใน “คลิปลับ” มีเจตนาที่ล่อแหลมต่อ “ความเดือดร้อนหนัก” อยู่ไม่น้อย
●…รับน้องใหม่ “พิชัย นริพทะพันธุ์” ด้วยผลงาน “รวมไทยสร้างชาติแฟร์” กระหึ่มไปทั่วประเทศด้วยการระดม “สินค้าราคาถูก” มาช่วยลดค่าครองชีพประชาชน เหมือนกับที่ก่อนหน้านั้น “เทศกาลสินค้าธงฟ้า” เคยทำ เพียงแต่ครั้งนี้ที่แม่งานใหญ่ที่โชว์หน้าตัดริบบิ้นเป็น “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ทำหน้าที่โดยต้องดูแล “ราคาน้ำมัน” ในฐานะ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” แทนที่จะเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ที่ต้องรับผิดชอบดูแล “ราคาสินค้า” เหมือนที่เคยเป็นมา
●…ความยากลำบากของการนำพาสู่โอกาสเป็น “ประเทศที่พัฒนาได้” อยู่กับการปรับรื้อ “โครงสร้างอำนาจ” ทั้ง “กติกาและกลไก” ให้ทันสมัย สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง คล่องตัวที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า ปลดความคร่ำครึทั้งหลายที่ฉุดรั้ง ที่ “เพื่อไทย” เลือกวิธีการ “กระชับทุกเครือข่ายอำนาจ” ให้มาร่วมสร้างผลงาน เพื่อให้เกิด “ยอมรับการนำ” ด้วยการสร้างบรรยากาศความไว้วางใจมา “นำทาง” ซึ่งมีความเชื่อกันว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ถนัดและเชี่ยวชาญในวิถีการนี้ ขณะที่ “คนหนุ่ม-คนสาว” จาก “พรรคประชาชน” แม้จะเชื่อในเป้าหมายเดียวกัน แต่เห็นต่างในวิธีการ ด้วยคิดว่า “ประเทศเสียเวลามามากแล้ว” กับ “โครงสร้างสนิมเขรอะ และกลุ่มคนที่เสพประโยชน์จากการผูกขาดอำนาจ”
ชโลทร







หรือการนำใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อเร็วๆ นี้

