หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม นั่ง...

ภูมิธรรม นั่งปธ.ศปช. ปรับหลักเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ยกเครื่องประชาสัมพันธ์ เร่งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

18.09.24 | 14:25 น.

ภูมิธรรม นั่งปธ.ศปช. ปรับหลักเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ยกเครื่องประชาสัมพันธ์ เร่งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือต่อผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ศปช.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงความจำเป็นและความสำคัญกับการปฏิบัติงานในสถานการณ์ขณะนี้ โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งทำงานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งจะต้องบูรณาการเชื่อมโยงสารสนเทศทั้งปริมาณน้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ เพื่อการแจ้งเตือนน้ำหลาก

นายภูมิธรรมกล่าวว่า นอกจากนี้ให้มีการประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การเตรียมการเคลื่อนย้ายและจัดที่พักอาศัยสำหรับผู้ประสบภัย และการจัดส่งอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ยังชีพอย่างเพียงพอ และการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสาร ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ทันต่อเหตุการณ์ เชิญหน่วยงานและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเขาร่วมหารือแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น ให้มีการรายงานผลการดำเนินงานต่อ ศปช.เป็นระยะ

“ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายเบื้องต้นที่ได้ดำเนินการ สิ่งที่สำคัญการจัดการปัญหาฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากคาดว่าพายุที่จะเข้าภาคเหนือและอีสาน น่าจะจบลงกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคกลางก็น่าจะค่อยๆ หลากลงมา จากนั้นก็เป็นภาคใต้ ซึ่งศูนย์นี้จะจัดการปัญหาเฉพาะหน้าต่อเนื่อง โดยศูนย์ดังกล่าวจะมีการบัญชาการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์สายด่วนหมายเลข 1111 รับแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ”

Advertisement

นายภูมิธรรมกล่าวว่า การดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าวจะมีการแบ่งคณะทำงานเป็นคณะย่อยๆ ขึ้นมา และล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้อนุมัติงบมาแล้ว 3 พันล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน โดยยืนตามกรอบเดิมเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลเยียวยาทันท่วงทีทั่วถึง ส่วนกรอบการเยียวยาเดิมอาจไม่เพียงพอต่อปัญหาประชาชน ซึ่งจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อหาข้อสรุปเยียวยาเพิ่มเติม เพื่อทบทวนกฎระเบียบ โดยคณะทำงานชุดนี้จะมีผู้แทนจาก คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีหน้าที่ศึกษาพิจารณาว่า รูปแบบการดำเนินการการเยียวยาเพิ่มเติมเป็นอย่างไร โดยให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นก็นำเสนอต่อ ศปช. เพื่อเสนอ ครม.เห็นชอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง

นายภูมิธรรมกล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ โดยคณะทำงานชุดนี้จะมีตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กรมประชาสัมพันธ์ และตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวแทนจาก ศปช. โดยให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นแม่ข่ายการดำเนินการทั้งหมด เพื่อให้การสื่อสารกรมประชาสัมพันธ์ปรับผัง มาดูแลเรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องหลักในระยะเวลา 1 เดือนหรือเดือนกว่าๆ และให้หน่วยงานราชการสามารถเสนอคอนเทนต์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อให้เครือข่ายชี้แจงให้ประชาชนทราบเป็นระยะ พร้อมทั้งให้กำลังใจแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน

“ทุกข์ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งต้องช่วยเหลือและสนับสนุนในการจัดการแก้ไขปัญหา ถ้าหลีกเลี่ยงได้และจะช่วยทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างาน มีกำลังใจในการทำงาน ต้องให้กำลังใจทั้งหมด”

นายภูมิธรรมกล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งคณะทำงานชุดดังกล่าวประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) สารสนเทศทรัพย์กรน้ำ ปภ. กรมอุตุนิยมวิทยา และกระทรวงดีอี เป็นแม่ข่ายผู้รับผิดชอบดำเนินการ ที่จะสามารถตรวจทิศทางของลมมรสุมที่จะเข้ามาประเทศไทยได้ โดยสามารถมองเห็นตั้งแต่ต้นทาง ลาว พม่า เห็นการก่อตัวมรสุมต่างๆ และมีการเตือนภัยล่วงหน้า โดยได้มีการจัดทีมว่า จะแบ่งส่วนทำงานอย่างไร เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เท่ากัน ดังนั้นการทำงานของรัฐบาลต้องใช้การเยียวยา การป้องกัน โดยนายกรัฐมนตรี สั่งการ ย้ำชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นความสำคัญอันดับแรก โดยหน่วยเฉพาะหน้าจะเข้าไปดำเนินการ วิธีการทำงานคือ ให้หน่วยราชการทุกหน่วยที่อยู่หน้างาน เข้าไปช่วยดูแลจัดการพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะรับรู้ว่า ประชาชนในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไรและแจ้งมาที่ ศปช.

นายภูมิธรรมกล่าวว่า นอกจากนี้ส่วนเหล่าทัพ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ปภ. มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการนั้นๆ ให้มีการประสานงานกันและเข้าไปดูแล จัดกำลังของตัวเองทั้งหมด เพื่อจะแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นให้ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ให้กระทรวงดีอี ประสานกับค่ายมือถือต่างๆ เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถเตือนภัยได้ทันที เนื่องจากที่ผ่านมาการสื่อสารต่างๆ อาจไม่ได้เข้าถึงประชาชน หากประสานเอกชน การสื่อสาร การเตือนภัยจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถปฏิบัติงานได้ทันที โดยใช้ห้องวอร์รูมที่ทำเนียบรัฐบาล

นายภูมิธรรมกล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการเยียวยาที่ ครม.อนุมัติไปกว่า 3,000 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทยสามารถเริ่มจ่ายเงินเยียวยาได้เลยโดยดำเนินการให้เร็วที่สุด ไม่ให้มีขั้นตอนทางกฎหมายมาก ตามที่นายกฯ สั่งการ เพื่อให้ประชาชนได้รู้สึกว่ารัฐบาลดูแลเยียวยา ที่สำคัญคือต้องตรวจสอบความเสียหายให้ชัดเจน และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อจะดูว่าต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหลักเกณฑ์อย่างไร เนื่องจากใช้หลักเกณฑ์นี้มาเป็น 10 ปีแล้ว สำหรับพืชสวนไร่นาที่เสียหายจะแยกออกไปอีก เวลานี้เยียวยาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ประชาชนไปใช้ชีวิตได้ก่อน

ขณะที่ ตัวแทนกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ต้องติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย.นี้ ที่คาดว่าจะมีพายุเข้ามาทางประเทศเวียดนาม และจะส่งผลกระทบกับภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนได้ จึงต้องติดตามและประกาศเตือนประชาชน

นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน และรัฐบาลจะเร่งดูแลอย่างเต็มที่ สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยา จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา และดูความเสียหายก่อนที่จะเยียวยา จึงยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ในขณะนี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายทั้งหมด จึงต้องยึดหลักเกณฑ์การเยียวยาเดิมไปก่อน