หน้าแรก การเมือง สภาแจงคืบหน้า...

สภาแจงคืบหน้า พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม อยู่ในขั้นตอนใด

19.09.24 | 11:24 น.
สภาแจงคืบหน้า พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม อยู่ในขั้นตอนใด
สภาแจงคืบหน้า พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม อยู่ในขั้นตอนใด

สภาแจงคืบหน้า พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม อยู่ในขั้นตอนใด

วันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์รัฐสภา ได้เผยความคืบหน้า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. หรือ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่มีหลักการและเหตุผลว่า

1.กำหนดให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสามารถทำการหมั้นหรือสมรสกันได้

2.แก้ไขคำว่า “ชาย” “หญิง” “สามี” “ภริยา” และ “สามีภริยา” เป็น “บุคคล”
“ผู้หมั้น” “ผู้รับหมั้น” และ “คู่สมรส” เพื่อให้มีความหมายครอบคลุมคู่หมั้นหรือคู่สมรสไม่ว่าจะมีเพศใด

3.เพิ่มเหตุเรียกค่าทดแทนและเหตุฟ้องหย่าให้ครอบคลุมกรณีที่คู่หมั้นหรือคู่สมรส
ฝ่ายหนึ่งไปมีความสัมพันธ์กับบุคลอื่นไม่ว่าจะเป็นเพศใด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1445 และมาตรา 1516 (1))

4.แก้ไขเงื่อนไขระยะเวลาการสมรสใหม่ตามมาตรา 1453 ให้ใช้เฉพาะกับกรณีที่หญิงที่มีชายเป็นคู่สมรสเดิมจะสมรสใหม่กับชายเท่านั้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1453)

Advertisement

5.กำหนดให้มาตรา 1504 วรรคสอง กรณีหญิงมีครรภ์ก่อนอายุครบตามมาตรา 1448
มีผลใช้บังคับเฉพาะกรณีการสมรสระหว่างชายหญิงเท่านั้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1504)

6.แก้ไขการอ้างอิงเลขมาตราที่บัญญัติเกี่ยวกับการร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1508 วรรคสอง)

โดยผ่านการ พิจารณาวาระที่ 1

บรรจุระเบียบวาระเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2566 มีมติรับหลักการ ด้วยคะแนนเสียง 366 เสียง ไม่รับหลักการ 10 เสียง งดออกเสียง 0 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง

ขณะที่คณะกรรมธิการพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567

การพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 เมื่อวันพุธที่ 27 มีนาคม 2567 โดยที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ
ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 400 เสียง ไม่เห็นชอบ 10 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 3 เสียง

วุฒิสภาพิจารณาวาระแรก วันอังคารที่ 2 เมษายน 2567 มีมติรับไว้พิจารณา และมีมติเห็นชอบ เมื่อวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567

โดยขณะนี้ สถานภาพของร่างฯ รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 145 ระบุให้นายกรัฐมนตรีรอไว้ 5 วัน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ภายใน 20 วัน เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ก็ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้

ร่างกฎหมายฉบับใด พระมหากษัตริย์ไม่เห็นชอบด้วยและพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือพ้นไปแล้ว 90 วันไม่ได้พระราชทานคืน ให้รัฐสภาประชุมร่วมกันอีกครั้ง ตามมาตรา 146 รัฐสภาหรือ ส.ส. และ ส.ว. สามารถลงมติยืนยันร่างกฎหมายนั้นอีกครั้งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของทั้งสองสภา (750 คน) หรือ ส.ส. และ ส.ว. รวมกัน 500 เสียง และให้นายกรัฐมนตรีนำทูลเกล้าฯ อีกครั้ง ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงพระปรมาภิไธยภายใน 30 วัน ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างกฎหมายนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เลย

ขณะที่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมได้รับความเห็นชอบจากวุฒิภา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เมื่อต้องรอ 5 วัน ก็คือครบในวันที่ 23 มิถุนายน และมีกรอบนำขึ้นทูลเกล้าฯ 20 วัน คือระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 13 กรกฎาคม

และจะครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน ในช่วงวันที่ 22 กันยายน – 11 ตุลาคม 2567 นี้