หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.ชี้มูล ...

ป.ป.ช.ชี้มูล ข้าราชการท้องถิ่น นำรถราชการไปใช้ แอบเอาบัตรน้ำมันเติมรถส่วนตัว

20.09.24 | 10:55 น.

ป.ป.ช.ชี้มูล ข้าราชการท้องถิ่น นำรถราชการไปใช้ แอบเอาบัตรน้ำมันเติมรถส่วนตัว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหา นายกิจชัย (สงวนนามสกุล) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ส่วนแผนพัฒนาท้องถิ่น กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับพวก นำรถยนต์ส่วนกลางของราชการไปใช้ส่วนตัว และนำบัตรรับน้ำมันของทางราชการไปเติมรถยนต์ส่วนตัว

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนพฤษภาคม 2562 ขณะที่นายกิจชัย กุลสัมฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนแผนพัฒนาท้องถิ่น กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้นำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้เสมือนเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่ง สำหรับเดินทางไป – กลับ ระหว่างบ้านและที่ทำงาน รวมทั้งมีการนำไปใช้หลังเวลาราชการและวันหยุด และนำไปจอดไว้ที่บ้านพัก โดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับอนุญาตตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2545 และนำบัตรรับน้ำมันของทางราชการไปเติมรถยนต์ส่วนตัว

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้

1. การกระทำของนายกิจชัย มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

Advertisement

2. กรณีกล่าวหานายจิรเมธ (สงวนนามสกุล) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ว่าใช้บัตรรับน้ำมันของทางราชการเติมรถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปปฏิบัติราชการ จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีมูลความผิดทางอาญา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์นายจิรเมธ แล้ว ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 ต่อไป